Company Equity 24 Apr 2026, 05:03

GPSC (BUY) – ตัวเลือกการลงทุนหลังสงครามคลี่คลาย –  Target Price Bt43.00, Price Bt35.75


เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” GPSC เป็นตัวเลือกการลงทุนหลังสงครามตะวันออกกลางผ่อนคลาย ในขณะที่การเติบโตระยะยาวยังแข็งแรง แม้ EPS ปี 2026F เติบโตเพียง 5% จากผลกระทบของสงคราม แต่เราคาดการเติบโตสูงขึ้นเป็น 25/20% ในปี 2027-28F จากการขยายพลังงานทดแทน และอัตรากำไรที่ฟื้นตัว

แนะนำ “ซื้อ” เป็นตัวเลือกลงทุนหลังสงคราม

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” GPSC ด้วยราคาเป้าหมายปี 2026F ที่ 43 บาท (จาก 45 บาท) โดย GPSC เป็นหุ้นกลุ่ม SPP ที่เราชอบที่สุดหลังความตึงเครียดสงครามตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย 1) แม้อัตรากำไร SPP จะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เราปรับกำไรลง 12-17% ในปี 2026-28F แต่เรายังคาด EPS จะเติบโตได้ 5% ในปี 2026F หนุนโดยโครงการโรงไฟฟ้าอื่น 2) เรามองว่าแนวโน้มการเติบโตระยะยาวยังคงแข็งแกร่งโดยคาด EPS จะเติบโต 25/20% ในปี 2027-28F จากผลขาดทุนจากโครงการ IPP Gheco-1 ที่ลดลง ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนโซลาร์ในอินเดีย (AEPL) ที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน (CFXD) 3) เมื่อมองข้ามผลกระทบจากสงคราม เราเชื่อว่าราคาหุ้น GPSC นั้นไม่แพง ที่ 15 เท่า 2027F PE เทียบกับ EPS ที่คาดเติบโตเฉลี่ย 23% ต่อปีในช่วงปี 2027-29F และยังมี upside จากโอกาสการต่อสัญญาโครงการ IPP

อัตรากำไร SPP หดตัวจากผลของสงคราม

เราคาดอัตรากำไร spark margin เฉลี่ยจากโครงการ SPP จะอยู่ที่ 1.36/1.38/1.38 บาท/kWh ในปี 2026-28F ลดลงจาก 1.48 บาท/kWh ในปี 2025 จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลปรับราคาไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยเป็น 3.95 บาท/kWh สำหรับเดือนพ.ค.-ส.ค. 2026 จาก 3.88 บาท ในเดือนม.ค.-เม.ย. 2026 แต่เรามองผลกระทบต่อ GPSC น้อยกว่าผู้เล่น SPP รายอื่น เนื่องจาก 1) 20% ของปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) อยู่ภายใต้สัญญาที่ส่งผ่านต้นทุนก๊าซได้ 2) 18% ของกำลังการผลิต SPP เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของ IU บางส่วนได้ด้วยถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำกว่า และ 3) 28% ของรายได้ SPP มาจากการขายไอน้ำซึ่งมีราคาขายเชื่อมโยงกับต้นทุนราคาก๊าซด้วยเช่นกัน

การเติบโตพลังงานทดแทนในต่างประเทศ
การลงทุนพลังงานทดแทนในต่างประเทศสองโครงการหลัก ยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตหลักของ GPSC ได้แก่ 1) เราคาดกำลังการผลิตของบริษัท Avaada Energy (AEPL) (ถือหุ้น 40%) จะเพิ่มขึ้นจาก 6.0GW ในปี 2025 เป็น 14.5GW ในปี 2028F ทำให้ส่วนแบ่งกำไรต่อ GPSC เพิ่มขึ้นเป็น 0.4/0.8/1.3 พันลบ. ในปี 2026-28F จาก 0.3 พันลบ. ในปี 2025 2) เราคาดส่วนแบ่งผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง CFXD กำลังการผลิต 149MW ตามสัดส่วนการถือหุ้นจะลดเหลือ 0.6/0.5/0.3 พันลบ. ในช่วงเดียวกัน จากอัตราความพร้อมจ่ายที่ดีขึ้นจาก 69% ในช่วงแรกของการดำเนินงานในปี 2025 สู่ระดับเป้าหมายที่ 97% ได้ในปี 2028F ก่อนส่วนแบ่งกำไรจาก CFXD จะทยอยพลิกเป็นบวกได้ต่อเนื่องที่ 0.2 พันลบ. ต่อปี ตั้งแต่ปี 2030F

ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากโอกาสต่อสัญญา IPP และแผน PDP ใหม่

เรายังไม่ได้รวมสองปัจจัยบวกที่อาจเกิดขึ้นในประมาณการ ประการแรกมาจากความเป็นไปได้ในการต่ออายุสัญญาโครงการ 1) Glow IPP กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 667MW และ 2) RPCL IPP 341MW หลังสัญญาปัจจุบันจะหมดอายุในปี 2028 และ 2033 ตามลำดับ  หลังการต่อสัญญา IPP ถูกพูดถึงมากขึ้นในสถานการณ์อุปทานเครื่องกังหันก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าในตลาดโลกตึงตัว ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีความเสถียรยังมีความจำเป็น ประการที่สองคือ การประมูลสัญญาพลังงานทดแทนเพิ่มเติมจากโควต้ากำลังการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ซึ่งคาดจะประกาศออกมาในช่วงปลายปี 2026

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version