OR (BUY) – ผลกระทบระยะสั้นจากสงคราม – Target Price Bt13.50, Price Bt12.20
OR ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ผ่านปริมาณขายที่ลดลง และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงซึ่งกดดันค่าการตลาด อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ลดลงได้สะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นนี้ไปแล้ว เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” OR โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวแข็งแกร่งหลังสงครามที่ 31% ในปี 2027F
กำไรสะดุด แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
OR ได้รับผลลบจากสงครามในตะวันออกกลาง ผ่านปริมาณขายที่ลดลงจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ อันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่สูง และค่าการตลาดที่ลดลงจากสภาพแวดล้อมราคาน้ำมันที่สูง เราจึงปรับลดกำไรลง 25/8/8% ในปี 2026-28F และปรับราคาเป้าหมายปี 2026F ลงเป็น 13.5 บาท (จาก 15.5 บาท) อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” OR 1) สงครามได้เข้าสู่ช่วงหยุดยิงและการเจรจา ทำให้เราคาดว่าจะยุติได้ในเวลาไม่นาน และ OR ถือเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์หลังสงคราม โดยเราคาดว่า EPS จะฟื้นตัวแรงถึง 31% ในปี 2027F หลังลดลง 15% ในปี 2026F 2) ธุรกิจ non-oil ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หนุนโดย Café Amazon และธุรกิจอื่นๆ 3) ส่วนแบ่งตลาดธุรกิจน้ำมันที่ลดลงได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2025 โดยส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 44.7% ในปี 2021 เหลือ 34.3% ในปี 2024 ก่อนจะเริ่มปรับขึ้นเป็น 34.9% ใน 1Q26 และ 4) ธุรกิจ non-oil มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 35% ของ EBITDA รวมในปี 2025 จาก 20% ในปี 2022 และเราคาดว่าจะเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2028F
ทั้งปริมาณขายและมาร์จิ้นปรับลดลง
ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันลดลง โดย OR พบว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศเดือนเมษายนลดลง 10% จากค่าเฉลี่ยรายเดือนใน 1Q26 เราจึงปรับลดการเติบโตของปริมาณขายน้ำมันลงเป็น -5/4/2% (จากเดิม 2% ต่อปี) ในปี 2026-28F เมื่ออุปสงค์อ่อนแอและราคาน้ำมันสูง การแข่งขันในตลาดจะรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เราปรับลดสมมติฐานค่าการตลาดลงเหลือ 0.95 บาท/ลิตร (จาก 1.0 บาท/ลิตร) ในปี 2026F แต่ยังคงสมมติฐานที่ 1 บาท/ลิตร ในปี 2027-28F
ธุรกิจ Non-oil ยังคงเป็นตัวพยุงกำไรที่สำคัญ
ธุรกิจ non-oil (คิดเป็น 35% ของ EBITDA ในปี 2025) ยังคงแข็งแกร่ง โดย Café Amazon ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันค่อนข้างจำกัด และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เรายังคงแผนขยายสาขาราว 250 สาขาต่อปี ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เรายังคงประมาณการการเติบโตของ EBITDA ของธุรกิจ non-oil ที่ 8% ต่อปี ในปี 2026-28F นอกจากนี้ เรายังมองว่าความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น (เช่น โลจิสติกส์ และเม็ดพลาสติก) มีจำกัด เนื่องจากบริษัทมีการผลิตแก้วพลาสติกใช้เอง (in-house) ประมาณ 35%
ผลการดำเนินงาน 1Q–2Q26F ผันผวน
เราคาดว่า OR จะรายงานกำไร 1Q26F แข็งแกร่งที่ 2.8 พันลบ. เพิ่มขึ้น 33% q-q แต่ลดลง 37% y-y โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการตลาดที่สูงขึ้นเป็น 1.1 บาท/ลิตร เทียบกับ 1 บาท/ลิตรใน 4Q25 ปริมาณขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการดีเซลที่เร่งตัวล่วงหน้าในเดือนมีนาคมก่อนการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติม และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ non-oil ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไร 2Q26F จะอ่อนแอลงเหลือเพียง 1 พันลบ. ลดลง 54% y-y และ 63% q-q จากผลกระทบของสงครามเต็มไตรมาส ทั้งจากปริมาณขายน้ำมันที่ลดลงและค่าการตลาดที่ปรับลดลง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
