PTG (BUY) – 1Q26F – สะดุดจากผลของสงคราม – Target Price Bt11.50, Price Bt8.25
- คาดว่า 1Q26F จะพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 161 ลบ.
- ค่าการตลาดน้ำมันที่อ่อนตัว เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุน
- ธุรกิจพันธุ์ไทยยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
- คาดว่า 1Q26F น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
Earnings Preview
- เราคาดว่า PTG จะรายงานขาดทุนสุทธิใน 1Q26F ที่ 161 ลบ. (เทียบกับกำไร 314 ลบ. ใน 4Q25 และ 190 ลบ. ใน 1Q25) โดยมีสาเหตุหลักจากการหดตัวอย่างมากของค่าการตลาดน้ำมัน
- การอ่อนตัวของกำไร q-q มีสาเหตุหลักจากธุรกิจน้ำมัน โดยค่าการตลาดน้ำมันลดลงมาอยู่ที่ 1.30 บาท/ลิตร (จาก 1.62 บาท/ลิตร ใน 4Q25) ท่ามกลางการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมัน ซึ่งหักล้างปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น (+5% y-y, +1% q-q)
- ผลการดำเนินงาน y-y ได้แรงหนุนจากธุรกิจ non-oil ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวต่อเนื่องของพันธุ์ไทย เราคาดว่ากำไรขั้นต้นจะเติบโต 47% y-y สูงกว่าการเติบโตของ SG&A ที่ 20% y-y สะท้อน operating leverage ที่เป็นบวก
- การขยายสาขาพันธุ์ไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 177 แห่ง ใน 1Q26F ทำให้จำนวนสาขารวมอยู่ที่ 2,308 แห่ง อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุถึงผลกระทบระยะสั้นจากสถานการณ์สงคราม ได้แก่ ยอดขายที่อ่อนตัวลง และการขยายระยะเวลาโปรโมชั่นเดิมออกไปอีก 1 เดือน ส่งผลให้การเปิดตัวแคมเปญใหม่เต็มรูปแบบเลื่อนจาก พ.ย. 2026 ไปเป็น ธ.ค. 2026 ทั้งนี้ จำนวนการสมัครบัตรสมาชิกใหม่ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว
- ผู้บริหารมองว่า 1Q26F เป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการ โดยค่าการตลาดน้ำมันได้เริ่มฟื้นตัวมาอยู่ที่ประมาณ 1.7 บาท/ลิตร ใน 2Q26F ซึ่งจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของปริมาณการขายได้บางส่วน
- เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากผลประกอบการที่อ่อนแอใน 1Q26F ได้ถูกคาดการณ์ไว้แล้วเป็นส่วนใหญ่ และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวใน 2Q26F
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
