Mutual Funds Wealth ZEAL 30 Apr 2026, 19:35

Wealth Strategy (2Q26): วันที่ 30 เมษายน 2569


ภาพเศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแรงกว่าประเทศหลักอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ก็อ่อนแอลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคการบริโภคและการจ้างงาน ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศที่นำเข้าพลังงานสัดส่วนสูง จะได้รับผลกระทบที่มากกว่า อย่าง ยุโรปที่เดิมอ่อนแออยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มอ่อนแอกว่าเดิม, จีนที่เริ่มปี 2026 แข็งแกร่งกว่าคาด แต่ภาพข้างหน้าก็ดูเสี่ยงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอ แม้จะมีความหวังจากรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพสูง แต่วิกฤตราคาพลังงานก็จะเป็นปัญหาที่จัดการได้ยาก และจะกดดันการฟื้นตัว

สำหรับหุ้นไทย เราแนะนำ “ล็อก” กำไร หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง สะท้อนผลบวกจากการเลือกตั้ง (Priced-in) เกือบทั้งหมดแล้ว ปัจจุบันตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง Transition “Hope to Reality” เน้นดูผลงานของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาสินค้าและพลังงาน

ภายใต้มุมมองดังกล่าว เราแนะนำจัดพอร์ต โดย ให้น้ำหนักลงทุนใน ตราสารหนี้ 60%, ตราสารทุน 35%, ที่เหลืออีก 5% แนะนำลงทุนผ่านทองคำ และ REIT

ขณะที่ กองทุนแนะนำเชิงกลยุทธ์ (Tactical Call) ในช่วงนี้เน้น 1) ES-STARTECH ที่ลงทุนในหุ้นนวัตกรรมจีน 2) MRENEW-A ที่ลงทุนในหุ้นพลังงานยั่งยืน ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากเมกะเทรนด์ AI 3)     KFSMART-A ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพสูง

(Wealth Strategy เป็นรายงานที่ บล.ธนชาต จัดทำให้กับนักลงทุน โดยมีการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และนอกประเทศ นโยบายรัฐบาล แนวโน้มตลาดหุ้น-หุ้นรายตัว อุตสาหกรรม กระแสเงินทุน อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในรูปแบบที่กระชับเข้าใจง่าย เพื่อให้นักลงทุนสามารถจัดสินทรัพย์ในการลงทุน (Asset Allocation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในสภาวะการลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงรวมเร็ว และมีความหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ในรายงาน Wealth Strategy ไม่ได้มีเพียงการแนะนำการลงทุนในหุ้นสามัญในประเทศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุนต่างประเทศ กองทุนตราสารหนี้ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนประหยัดภาษี (RMF และ LTF) กองทุนอสังหาฯ สินค้าโภคภัณฑ์ และการพักเงินในกองทุนการเงินระยะสั้น (Money Market Fund)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Wealth Strategy….