Siam Senses – 1Q26 GDP แข็งแกร่ง
1Q26 GDP ออกมาแข็งแกร่ง ขยายตัว 2.8% y-y และ 0.7% q-q ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่มีคุณภาพที่มาจากการลงทุนที่โตถึง 9.9% y-y ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ GDP ที่ออกมานี้ยืนยันมุมมองของเราต่อการเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยรอบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน
แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 4Q25
แม้ได้รับผลกระทบจากสงครามในเดือนมีนาคม แต่ NESDC รายงาน real GDP ใน 1Q26 เติบโตแข็งแกร่งที่ 2.8% y-y และ 0.7% q-q ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถรักษาแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 4Q25 ได้ GDP ใน 4Q25 ขยายตัว 2.5% y-y และ 1.9% q-q จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และมาตรากระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” ต่อมา การเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ และการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นช่วยเสริมผลของความมั่งคั่ง (wealth effect) ซึ่งสนับสนุนการบริโภค โดยปริมาณเงินในระบบ (money supply) เพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในช่วง 9M25 เป็น 4.4% ใน 4Q25 และ 5.0% ใน 1Q26 ในเวลาเดียวกัน การลงทุนได้เริ่มเข้าสู่วัฏจักรใหม่ โดยการลงทุนรวมของภาครัฐและเอกชน เติบโตจาก 3.9% ใน 9M25 เป็น 8.1% ใน 4Q25 และ 9.9% ใน 1Q26
ปัจจัยหลักขับเคลื่อน GDP ใน 1Q26
เรามองว่าการเติบโตของ GDP ใน 1Q26 เป็นการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนทั้งภาคเอกชน (+10.1% y-y) และภาครัฐ (+9.4% y-y) ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชน ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนที่เกี่ยวกับ FDI กลุ่มยานยนต์ที่ผ่านจุดต่ำสุด และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หยุดการหดตัวลงจากฐานที่ต่ำ อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการบริโภค ซึ่งเติบโต 3.2% y-y ใน 1Q26 ต่อเนื่องจากการเติบโต 3.2% ใน 4Q25 หลังมีการดำเนินโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย “คนละครึ่ง” โดยเราเชื่อว่าการเติบโตของการบริโภคใน 1Q26 ได้แรงหนุนจากสภาพคล่องในระบบที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้ง และผลของความมั่งคั่ง (wealth effect) จากการปรับตัวขึ้นของ SET ทั้งนี้ ขณะที่การเติบโตของการบริโภคจะได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเลือกตั้ง เรามองว่าการเติบโตของการลงทุนนั้นเกิดจากรอบการลงทุนใหม่ และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่อง
แม้จะสะดุดจากสงคราม แต่เศรษฐกิจรอบใหม่ได้เริ่มต้นแล้ว
แม้เราคาดว่าสงครามอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อ GDP ในช่วง 2Q-3Q26F แต่เรายังคงมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยได้เริ่มเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนแล้ว จากตัวเลข GDP ใน 1Q26 ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2026-28F เป็น 2.0/2.8/3.1% จากเดิม 1.7/2.5/2.9% เราคาดว่าผลกระทบจากสงครามจะกดดันให้ GDP ใน 2Q26F เติบโตเพียง 0.9% ก่อนที่มาตรการ “คนละครึ่ง” และโครงการแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวงเงิน 1.57 แสนลบ. จะช่วยหนุนให้ GDP ใน 3Q26F ฟื้นขึ้นมาเติบโต 1.9% หลังจากนั้น เราคาดว่า GDP จะกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตที่ปกติมากขึ้น โดยเติบโต 2.4% ใน 4Q26F ทั้งนี้ โครงการ “คนละครึ่ง” และบัตรสวัสดิการฯ มีกำหนดเริ่มในเดือนมิถุนายน และสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2026
กำไร 1Q26 โดยรวมดีกว่าคาด
เป็นไปทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว SET รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนใน 1Q26 เติบโตแข็งแกร่งถึง 21% y-y ซึ่งถือว่าโดยรวมดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากประมาณการของเราเองนั้น พบว่าจำนวนหุ้นที่เราทำบทวิเคราะห์มีสัดส่วนถึง 40% ที่มีผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าที่เราคาด เพิ่มขึ้นจาก 25/25/30% ใน 2-4Q25 ในทางกลับกันหุ้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาดมีสัดส่วนลดลงเหลือ 21% ใน 1Q26 เทียบกับ 29/32/37% ใน 2-4Q25 ดังนั้นเราจึงคาดว่าตลาดไทยมีแนวโน้มได้รับการปรับเพิ่มกำไรขึ้นอีก และเห็นโอกาสในปรับเพิ่มขึ้นคาดการณ์การเติบโตของกำไรในตลาดปัจจุบันของเราที่ 15.0/7.8/10.5% ในปี 2026-28F
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
