ERW (BUY) – การเติบโตยังคงฟื้นตัว–Target Price Bt3.20, Price Bt2.68
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ERW ด้วยกำไรมีแนวโน้มกลับมาเติบโตดี แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยคาด EPS จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 10% หนุนโดยพอร์ตโรงแรมที่หลากหลาย ฐานลูกค้าที่กว้าง และการขยายสาขา HOP INN อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมูลค่าถือว่าไม่แพงที่ 14.3 เท่า 2026F PE
กำไรยังคงมีแนวโน้มกลับมาเติบโต; แนะนำ BUY
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ERW 1) แม้ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน แต่เราเชื่อว่ากำไรยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปี ที่ 10% ในปี 2026-28F หลังลดลง 10% ในปี 2025 หนุนโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการขยายโรงแรมต่อเนื่อง 2) เรามองว่าพอร์ตโรงแรมที่หลากหลายและฐานลูกค้าที่กว้างของ ERW จะช่วยลดความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านได้ 3) เราไม่คาดว่าการขยายธุรกิจจะสร้างภาระต่องบดุลของ ERW อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.9 เท่า ในปี 2025 เป็น 1.0 เท่า ในปี 2028F และ 4) เรามองว่า ERW ไม่แพงที่ 2026F PE ที่เพียง 14.3 เท่า ในบทวิเคราะห์นี้ เราได้ปรับกำไรปี 2026-28F เล็กน้อย และรวมโรงแรม HOP INN แห่งใหม่ในญี่ปุ่นเข้าไว้ในการประเมิน ทั้งนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายเดิมที่ 3.20 บาท
ผลกระทบจากสงครามอิหร่านมีจำกัด
แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยจะเติบโตเพียง 2% y-y ในเดือนมี.ค. 2026 และลดลง 7% ในเดือนเม.ย. 2026 จากผลของสงครามอิหร่าน แต่รายได้ของ ERW ยังเพิ่มขึ้น 3% และ 4% ในเวลาดังกล่าว หนุนโดยพอร์ตโรงแรมระดับ 3-5 ดาวที่หลากหลาย และฐานลูกค้าที่กระจายตัวในหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และสหรัฐฯ ซึ่งช่วยชดเชยอุปสงค์ที่อ่อนแอลงจากตะวันออกกลางและยุโรป ขณะที่ ERW ยังเดินหน้าขยายโรงแรม HOP INN ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศและลูกค้าท้องถิ่น เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพให้รายได้ ทั้งนี้ HOP INN มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 25% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2025 เราคาดว่ารายได้ของ ERW จะเติบโต 4/7/7% ในปี 2026-28F เทียบกับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดไว้ที่ 0/+3/+3%
EPS 3 ปี เติบโตเฉลี่ยที่ 10% ต่อปี
ปัจจัยหลักที่สนับสนุนประมาณการการเติบโตของ EPS ที่ 10/9/13% ในปี 2026-28F ได้แก่ 1) การเติบโตของรายได้จากโรงแรมเดิมและโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการในปี 2025-28F 2) การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นสู่ระดับ 59.0/59.7/59.5% ในปี 2026-28F จาก 58.7% ในปี 2025 หนุนโดยการประหยัดต่อขนาด การควบคุมต้นทุน และการลดลงของผลขาดทุนจากโรงแรมเปิดใหม่ และ 3) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและการรีไฟแนนซ์หนี้ หนี้ทั้งหมดของ ERW เป็นหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว เราคาดว่าอัตราการเติบโตของ EPS ในปี 2027F จะชะลอลง เนื่องจาก ERW จะกลับมาชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในปีดังกล่าว
โครงการ HOP INN แห่งใหม่ในญี่ปุ่น
ERW ประกาศเปิดตัวโครงการ HOP INN แห่งใหม่ในกรุงโตเกียว ขนาด 69 ห้อง ซึ่งเป็น HOP INN แห่งที่ 5 ในญี่ปุ่น และสนับสนุนเป้าหมายการเป็นผู้นำในตลาดโรงแรมราคาย่อมเยาในภูมิภาค APAC โครงการดังกล่าวจะใช้รูปแบบ asset-light โดยพันธมิตรชาวญี่ปุ่นจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง ขณะที่ HOP INN จะเช่าทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจโรงแรมเอง โครงการมีกำหนดเปิดให้บริการใน 1Q28 และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายในปีที่ 2 โดย ERW มองว่าโมเดลนี้จะช่วยเร่งการขยายสาขาได้เร็วขึ้น พร้อมลดภาระการลงทุนเริ่มต้น ERW มี HOP INN 75 แห่งในปี 2025 และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 9 แห่งในปี 2026 และยังคงเป้าหมาย HOP INN ที่ 150 แห่งภายในปี 2030 และหลังจากนั้น
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
