GULF (BUY) – โอกาสการเติบโตจาก PDP 2026 – Target Price Bt75.00, Price Bt63.00
เราปรับราคาเป้าหมาย GULF ขึ้นเป็น 75 บาท หลังรวมโอกาสการเติบโตจากแผน PDP ใหม่ และแผนการลงทุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในเชิงรุกมากขึ้นของบริษัท เราปรับกำไร GULF ขึ้น 3-5% ในปี 2026-28F จากธุรกิจโทรคมนาคมและอัตรากำไรจากโรงไฟฟ้า IPP ที่ดีกว่าคาด เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”
รวมมูลค่าจากโอกาสการเติบโตใหม่; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ขึ้นเป็น 75 บาท จากเดิมที่ 65 บาท ซึ่งสะท้อนเฉพาะธุรกิจที่ดำเนินการแล้วและสัญญาที่อยู่ในมือ โดย 1) ด้วยเราคาดแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่จะประกาศออกมาในปีนี้ เราจึงรวมมูลค่าจากสมมติฐานของเราว่า GULF จะได้ส่วนแบ่ง 30% ของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และสัญญา IPP ใหม่ที่จะทยอยประมูลในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทเพิ่มจาก 8.9GW ในปี 2025 เป็น 33GW ในปี 2045F อิงจากที่ GULF ได้สัญญาการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนราว 30% ของกำลังการผลิตรวมที่เปิดประมูลเมื่อปี 2023 2) เรารวมมูลค่าจากสมมติฐานว่า GULF จะพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ได้ครึ่งหนึ่งจากเป้าหมายของบริษัทที่ 2.0GW ภายในปี 2030F 3) เราปรับกำไร GULF ในปี 2026-28F ขึ้น 3-5% จากกำไรของธุรกิจโทรคมนาคมและอัตรากำไรของโครงการ IPP ที่ดีกว่าคาด และ 4) เราคาด GULF จะมี EPS เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ในช่วงปี 2026-28F
มูลค่าเพิ่ม 5.7 บาทต่อหุ้น จากแผน PDP ใหม่
เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็น 70% ภายในปี 2050 เราคาดว่าแผน PDP ใหม่จะปลดล็อกสัญญาผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 45GW ลม 15GW และก๊าซฯอีก 10GW ใน 10 ปีหน้า และให้สมมติฐานว่า GULF จะได้สัญญาพลังงานแสงอาทิตย์ 15GW ลม 5GW และก๊าซฯ 3GW จากโควตาดังกล่าวซึ่งเริ่มดำเนินงานตามแสดงใน Exhibit 4 และมองว่า GULF สามารถจัดสรรเงินลงทุนราว 7.30 แสนลบ. สำหรับโครงการดังกล่าวได้ จากข้อกำหนดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 3.0 เท่า เทียบกับปัจจุบันอยู่ที่ 0.8 เท่า โดยมีฐานทุน 3.60 แสนลบ. และ EBITDA 2.8 หมื่นลบ. ในปี 2026F โดยหาก GULF ได้สัญญาพลังงานทดแทนและก๊าซฯมาก/น้อยกว่าที่เราคาดทุก 1GW ราคาเป้าหมายจะเพิ่ม/ลด 0.20 บาท และ 0.35 บาท ต่อหุ้นตามลำดับ
มูลค่าเพิ่ม 4.7 บาท/หุ้น จากการพัฒนาโครงการดาต้าเซนเตอร์
นอกจากโครงการที่กำลังพัฒนารวม 164MW ผ่านบริษัทร่วมทุน GULF ตั้งเป้าจะพัฒนาโครงการดาต้าเซนเตอร์ในไทยด้วยตนเองอีก 2GW ภายในปี 2035F ซึ่งได้แรงหนุนจากโอกาสการย้ายที่ตั้งของผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ และการย้ายถิ่นฐานของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จากพื้นที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมายังประเทศไทยซึ่งอาจเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดิจิทัลใหม่ของเอเชีย เรามองว่า GULF มีจุดแข็ง คือ ความสามารถในการหาที่ดินที่เหมาะสมและการจัดหาพลังงานไฟฟ้าได้ทั้งไฟฟ้าหลักจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและไฟฟ้าสีเขียว เราใช้สมมติฐานว่า GULF จะบรรลุครึ่งหนึ่งของเป้าหมายซึ่งเพิ่มมูลค่าราคาเป้าหมายของเราขึ้น 4.7 บาท โดยการเพิ่มขึ้น/ลดลงทุก 100MW จะทำให้ราคาเป้าหมายของเราเปลี่ยนไป 0.5 บาท
EPS เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปีในช่วงปี 2026-28F จากธุรกิจในมือ
เราคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ GULF เติบโต 22/13/11% ในปี 2026-28F ซึ่งมาจากธุรกิจปัจจุบันทั้งหมด เนื่องจากเราคาดกำไรจากโอกาสธุรกิจใหม่ข้างต้นจะยังไม่ถูกรับรู้จนกว่าจะปี 2031F ทั้งนี้ปัจจัยหนุนการเติบโตกำไรระยะสั้นมาจาก กำไรจากธุรกิจโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น และการเริ่ม COD โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ได้จากการประมูลในปี 2023 เรามองมูลค่าพื้นฐานที่ PE 27 เท่าในปี 2026F ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับประมาณการ EPS เติบโต 12% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า (2026-35F)
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
