CPAXT (HOLD) – การประหยัดต้นทุนท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอ – Target Price Bt14.00, Price Bt14.70
แม้จะได้ประโยชน์บางส่วนจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาท แต่อุปสงค์โดยรวมยังอ่อนแอ และ CPAXT มุ่งเน้นไปที่การจัดสัดส่วนผลิตภัณฑ์และการประหยัดต้นทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำ “ถือ” CPAXT ด้วยหุ้นเต็มมูลค่าที่ 16 เท่า PE เทียบ EPS ที่คาดว่าจะโต 5-7% ต่อปีในปี 2026-28F
ปรับลดกำไร แต่คงคำแนะนำ “ถือ”
บทวิเคราะห์นี้เป็นการเปลี่ยนนักวิเคราะห์ โดยเรายังคงคำแนะนำ “ถือ” CPAXT โดยปรับลดราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลงเหลือ 14 บาท (จาก 16 บาท) 1) เราปรับลดประมาณการกำไรลง 11-16% ต่อปี ในปี 2026-28F เนื่องจากการบริโภคที่อ่อนแอ 2) แม้จะมีการปรับลดกำไรลง แต่เรายังคงคาดว่า EPS จะเติบโต 6% ในปี 2026F หนุนโดยประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาลในเดือนมิ.ย.-ก.ย.2026 และการที่บริษัทมุ่งเน้นการประหยัดต้นทุนและการปรับปรุงสัดส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มอัตรากำไร 3) ตัวเลขของเราได้รวมการขาดทุนจากโครงการ Happitat ที่ 500/400/200 ลบ. ในปี 2026-28F และส่วนแบ่งกำไรจากการควบรวมกิจการในมาเลเซียที่จะเข้ามาในปี 2027F และ 4) เรามองว่า CPAXT มีมูลค่าที่เหมาะสมแล้วที่ 16 เท่า PE เทียบกับ EPS ที่เติบโต 5-7% ต่อปี ในปี 2026-28F
ผลประโยชน์สุทธิเล็กน้อยจากโครงการไทยช่วยไทย
รัฐบาลไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” แต่ CPAXT ยังคงได้ประโยชน์ทางอ้อมจากโครงการนี้ เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นร้านค้าขนาดเล็กและผู้ค้าริมถนนที่มีสิทธิ์ซื้อสินค้าจาก Makro CPAXT คาดว่าจะช่วยชดเชยความต้องการที่ลดลงในช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการร่วมจ่ายระหว่างเดือนมิ.ย.-ก.ย.2026 ที่ห้าง Lotus’s ของบริษัท หากความต้องการที่ Lotus’s ต่ำกว่าที่คาดไว้ เราเชื่อว่า CPAXT จะมุ่งเน้นกิจกรรมทางการตลาดที่ Makro มากขึ้น เราคาดว่ายอดขายรวมของ CPAXT จะเติบโต 4.7% และ EPS เติบโต 5.7% ในปีนี้
การบริหารต้นทุนและอัตรากำไร
เนื่องจากการบริโภคที่อ่อนแอต่อเนื่อง CPAXT จึงมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงอัตรากำไรในส่วนของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและการประหยัดต้นทุนมากขึ้น ส่วนการประหยัดต้นทุน ได้แก่ การจัดหาโดยตรงจากซัพพลายเออร์เพื่อลดค่าใช้จ่ายของพ่อค้าคนกลาง การลดจำนวนพนักงาน และการรีไฟแนนซ์เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน เราคาดว่าอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.0% ในปี 2026F เพิ่มขึ้น 20bps จากปี 2025 เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 2.5/2.0/2.0% ต่อปี ในปี 2026-28F และ EPS ที่เติบโต 5.0-6.0% ต่อปี
อัพเดทการลงทุน
ในปี 2024 CPAXT ได้ลงทุน 8.4 พันลบ. เพื่อเข้าถือหุ้น 95% ในโครงการ Happitat ซึ่งเป็นโครงการสำนักงานและศูนย์การค้าแบบมิกซ์ยูสขนาด 200,000 ตร.ม. โดยมีแผนจะเปิดโครงการในเดือนก.ค.2026 และคาดว่าจะมีอัตราการเช่าพื้นที่ 70% ในปี 2026 Happitat มุ่งเน้นที่จะมอบประสบการณ์ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้า แทนที่จะพึ่งพาแต่ร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังเหมือนศูนย์การค้าแบบดั้งเดิม CPAXT คาดว่าจะขาดทุนสูงสุด 500 ลบ. ในปีนี้ และจะลดลงหลังจากนั้น เราคาดว่าจะขาดทุน 500/400/200 ลบ. ในปี 2026-28F และจะคุ้มทุนในปี 2029F นอกจากนี้ CPAXT ยังลงทุน 13 พันลบ. เพื่อเข้าซื้อหุ้น 100% ใน The Food Purveyor (TFP) 120 สาขา ซึ่งเป็นเครือซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมขนาดใหญ่อันดับ 2 ของมาเลเซีย เพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดระดับบน นอกเหนือจากการมุ่งเน้นตลาดแมสของธุรกิจ Lotus’s ในมาเลเซียที่มีอยู่เดิม CPAXT คาดว่า TFP จะมีกำไรในปี 2027 โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนราว 3-4% ของกำไรของ CPAXT ในปี 2027-28F
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
