Company Equity 26 June 2026, 05:36

TIDLOR (BUY) – ความกังวลเริ่มคลี่คลาย –Target Price Bt21.60, Price Bt19.40


เราปรับ EPS ปี 2026–28F ขึ้น 6–7% และปรับราคาเป้าหมายเป็น 21.6 บาท คุณภาพสินทรัพย์ยังคงดีกว่าที่กังวล และต้นทุนทางการเงินลดลงเร็วกว่าคาด ช่วยหนุนกำไรสุทธิปี 2026F ให้โตแข็งแกร่งที่ 15% y-y นอกจากนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนที่ดำเนินอยู่ ยังเป็น upside ต่อ EPS คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ดีกว่าที่กังวล; คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราปรับ EPS ปี 2026–28F ขึ้น 6–7% ต่อปี และปรับเพิ่มโดยเฉลี่ย 21% ตั้งแต่ปี 2029F เป็นต้นไป หนุนโดย credit cost และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีฐาน 2026F เป็น 21.6 บาท จาก 17.0 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” 1) เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2026F จะเติบโตแข็งแกร่งที่ 15% y-y ขณะที่ ROE น่าจะปรับเพิ่มเป็น 15.8% จาก 15.7% ในปี 2025 แม้ยังคงมีความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2) คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าที่ตลาดกังวล โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก 3) ปัจจัยบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปี 2028F หนุนโดยต้นทุนการรีไฟแนนซ์ที่ลดลงสำหรับหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน และ 4) การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยหากดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้ครบตามแผน อาจช่วยเพิ่ม EPS ได้ราว 4% และเพิ่ม ROE อีกราว 50–60 bps

คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับสูง

ผู้บริหารยืนยันที่งาน Bank & Finance Forum ของเรา (9–12 มิ.ย. 2026) ว่า คุณภาพสินทรัพย์ใน 2QTD ยังคงแข็งแกร่งในทุกกลุ่มสินเชื่อ แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น โดยผลการดำเนินงานยังดีกว่าที่ตลาดคาด สำหรับกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ตลาดกังวลมากที่สุดนั้นยังได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยยอดขายรถบรรทุกของอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 32% y-y ใน 1Q26 และ 30% y-y ในเดือนเม.ย.2026 ขณะที่ราคารถบรรทุกมือสองยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนม.ค.-เม.ย.2026 ซึ่งช่วยหนุนมูลค่าหลักประกันและลดความเสี่ยงด้านลบต่อพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกของ TIDLOR หลัง credit cost ลดลงอย่างมากใน 1Q26 มาอยู่ที่ 1.7% จาก 2.9% ในปี 2025 ผู้บริหารจึงได้ปรับลดกรอบคาดการณ์ credit cost สำหรับปี 2026 จาก 2.5–2.8% เหลือ 2.2–2.8% ด้วยเหตุนี้ เราจึงปรับลดสมมติฐาน credit cost ปี 2026–28F ลงเป็น 2.55/2.45/2.35% จากเดิมที่ 2.80/2.70/2.50%

ต้นทุนทางการเงินลดลงมากกว่าที่คาด

หลังต้นทุนทางการเงินลดลงใน 1Q26 เหลือ 3.25% จาก 3.52% ในปี 2025 บริษัทคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะยังลดลงต่อเนื่องใน 2H26 จากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้มูลค่า 9 พันลบ. (13% ของหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย) ใน 2H26 หุ้นกู้อายุ 3 ปี มูลค่า 3.5 พันลบ. ที่ TIDLOR ออกในเดือนเม.ย.2026 มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.28% แม้ตลาดตราสารหนี้จะมีความผันผวน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่ 3.34% ของหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในปี 2026 อย่างมาก เนื่องจากหุ้นกู้ที่รอการรีไฟแนนซ์ยังมีจำนวนมาก และอุปสงค์ตราสารหนี้ที่มีเครดิตเรตติ้ง A ที่แข็งแกร่ง เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะมีแนวโน้มลดลงในปี 2027–28 ดังนั้นเราจึงปรับลดคาดการณ์ต้นทุนทางการเงินปี 2026–28F ลงเป็น 3.20/3.07/3.00% จาก 3.47/3.34/3.30%

บริหารเงินทุนในเชิงรุกมากขึ้น

โครงการซื้อหุ้นคืนของ TIDLOR มูลค่า 2.4 พันลบ. ซึ่งดำเนินการในวันที่ 28 พ.ค.- 27 พ.ย.2026 สะท้อนถึงการที่ผู้บริหารให้ความสำคัญกับผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ผู้บริหารดำเนินการตามโครงการอย่างแข็งขัน โดยใช้เงินไปแล้ว 10% ของงบประมาณ ณ วันที่ 22 มิ.ย.2026 ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในมูลค่าของบริษัท เราคาดว่าการดำเนินการเต็มจำนวน อาจส่งผลให้ EPS เพิ่มขึ้นราว 4% ขณะที่หากบริษัทตัดจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนอาจช่วยเพิ่ม ROE ได้ราว 50-60bps

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version