Company Equity 23 July 2026, 06:58

CK (BUY) – ยังคงน่าสนใจ – Target Price Bt22.50, Price Bt18.70


แม้เราจะปรับ TP ของ CK ลงเป็น 22.5 บาท จากการลดมูลค่า SOTP ของ CKP แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจาก CK ยังเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลักจากการลงทุนก่อสร้างรอบใหม่ของไทย โดยคาดว่ากำไรจะโตเฉลี่ย 9% ในปี 2027–29F และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซื้อขายที่ 2027F PE เพียง 1.7 เท่า

ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 22.5 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

จากการที่นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของบมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่ง CK ถือหุ้น 30% จากผลกระทบจาก Super El Niño เราจึงปรับลดกำไรของ CK ลง 1-4% ในปี 2026-28F และลดมูลค่า SOTP ลง 1.1 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตาม หลังปรับมาใช้ปีฐาน 2027F ราคาเป้าหมายของเราจึงลดลงเพียงเล็กน้อยเหลือ 22.5 บาท/หุ้น (จาก 23 บาท) และยังคงแนะนำ “ซื้อ” 1) หุ้นยังมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยหากหักมูลค่าการลงทุนในบริษัทร่วมตามมูลค่า SOTP ที่ 16.9 บาท/หุ้น ออกจากราคาหุ้นปัจจุบัน ตลาดกำลังให้มูลค่าธุรกิจก่อสร้างหลักของ CK เพียง 1.8 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น PE ปี 2027F เพียง 1.7 เท่า 2) CK เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนด้านก่อสร้างรอบใหม่ของไทย โดยคาดว่าจะมีโอกาสรับงานมูลค่ารวมราว 7.75 แสนลบ. ในปี 2026-28F และ 3) เรามองว่ากำไรที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 9% ในปี 2027-29F นั้นค่อนข้างแน่นอน

คาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปีในปี 2027-29F

เราคาดว่ากำไรของ CK จะเติบโต 5/9/12% y-y ในปี 2027-29F โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้ที่คาดว่าจะเติบโต 4/8/9% y-y จากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือมูลค่า 1.57 แสนลบ. ณ สิ้น 1Q26 (3.4 เท่าของรายได้ปี 2026F) 2) โอกาสได้รับงานใหม่ โดยเฉพาะโครงการทางด่วนสองชั้นมูลค่า 3.5 หมื่นลบ. และงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มูลค่า 2.7 หมื่นลบ. ซึ่งทั้งสองโครงการพัฒนาโดย BEM ซึ่ง CK ถือหุ้น 42% และ 3) รายได้เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน CKP, BEM และ TTW รวมราว 2.7-2.9 พันลบ. ต่อปี นอกจากนี้ คาดว่า CK จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 8.3% ในปี 2026-29F ได้ เนื่องจากการสำรองวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมา

โครงการโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนล่าช้าเล็กน้อย

แม้งบประมาณภาครัฐปี 2027 จะยังมีข้อจำกัด แต่กระทรวงคมนาคมยังจัดสรรงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2.29 แสนลบ. ครอบคลุมโครงการทางหลวง รถไฟทางคู่ และการขยายสนามบิน (ดู Exhibit 3) สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 มูลค่า 2.35 แสนลบ. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างรอผลการทดสอบเหล็ก การประเมินด้านความปลอดภัย และการกำหนดราคากลาง อย่างไรก็ตาม ยังตั้งเป้าออกเอกสารประกวดราคา (TOR) ภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างในปีหน้า ขณะที่โครงการมอเตอร์เวย์ M5 และ M9 มูลค่ารวม 8.1 หมื่นลบ. อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างเอกสารเชิญชวนเอกชน (RFP) โดยกรมทางหลวงมีเป้าหมายเปิดประมูลในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027.

คาดกำไรทรงตัวใน 2Q26F

เราคาดว่ากำไรของ CK ใน 2Q26F อยู่ที่ 843 ลบ. ลดลง 2% y-y แต่เพิ่มขึ้น 156% q-q ขณะที่เราคาดว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจก่อสร้างจะทรงตัว y-y การลดลงเล็กน้อย y-y สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่สูงขึ้น การเติบโตที่แข็งแกร่ง q-q น่าจะได้รับแรงหนุนจากรายได้จากเงินปันผลของ TTW และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือที่สูงขึ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version