Equity Industries 24 July 2026, 05:11

Property (Overweight) – ปสงค์และอุปทานกำลังทยอยกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล


  • การฟื้นตัวของอุปสงค์มีแรงหนุนจากตลาดคอนโดมิเนียม
  • ผู้พัฒนาอสังหาฯ ลดการเปิดตัวโครงการแนวราบ เพื่อบริหารสินค้าคงเหลือ
  • ภาวะอุปทานคงค้างกำลังทยอยคลี่คลาย
  • ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาด เราชอบ AP, SIRI และ SPALI

News Update:

  • Agency For Real Estate Affairs (AREA) ชี้ให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของประเทศไทยกำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวไปสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ดีขึ้น แม้ว่าการฟื้นตัวจะยังไม่สม่ำเสมอในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ก็ตาม
  • การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มขึ้น 12% y-y ใน 1H26 ขณะที่จำนวนยูนิตที่ขายได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าที่ 15% y-y การฟื้นตัวของตลาดได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มคอนโดมิเนียม โดยการเปิดตัวโครงการใหม่และจำนวนยูนิตที่ขายได้เพิ่มขึ้น 41% y-y และ 27% y-y ขณะที่ความต้องการทาวน์เฮ้าส์ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 9% y-y แม้ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่จะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม ในขณะเดียวกัน ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมีการปรับลดอุปทานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง 24% y-y ขณะที่ยอดขายลดลงเพียง 3% y-y ส่งผลให้ระดับโครงการคงค้างเริ่มทยอยปรับเข้าสู่ภาวะปกติ
  • ตลาดที่อยู่อาศัยได้เข้าสู่ช่วงการระบายสินค้าคงเหลือ โดยจำนวนยูนิตคงค้างที่ยังขายไม่ได้ลดลงเหลือ 210,000 ยูนิตในช่วง 1H26 จาก 234,000 ยูนิต ณ สิ้นปี 2024 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มคอนโดมิเนียม โครงการคงค้างของคอนโดมิเนียมลดลง 22% เหลือ 62,000 ยูนิต ขณะที่โครงการคงค้างของทาวน์เฮ้าส์ลดลง 10% เหลือ 69,000 ยูนิต สะท้อนว่าตลาดทั้งสองกลุ่มเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ในขณะเดียวกัน โครงการคงค้างของบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดยังคงทรงตัวที่ประมาณ 77,000 ยูนิต เนื่องจากการปรับลดโครงการคงค้างในกลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วง 1H26
  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยคิดเป็นสัดส่วน 75% ของจำนวนยูนิตที่ขายได้ทั้งหมด
  • เราให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็น “OVERWEIGHT” เนื่องจากเชื่อว่าวัฏจักรขาลงของตลาดจะถึงจุดต่ำสุดในปี 2026F และระดับราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่ไปแล้ว โดยจากภาวะความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันที่ยังต่ำกว่าระดับปกติในระยะยาวประมาณ 40% เราคาดว่าตลาดจะทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2027F เป็นต้นไป ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดจะยังคงกระจุกตัวมากขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ หุ้นที่เราชอบ ได้แก่ AP, SIRI และ SPALI

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version