Wealth Strategy (3Q26): วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจโลก ยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ชะลอลง และเผชิญความท้าทาย จากความไม่แน่นอนที่รุมเร้า อย่างสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาพลังงาน ที่ส่งผลต่อไปยังอัตราเงินเฟ้อ, การลงทุนที่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการภาษี
สำหรับหุ้นไทย เรายังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว จากวัฏจักร Re-Rating และปรับเป้าหมายสิ้นปีขึ้นเป็น 1,720 จุด อย่างไรก็ดี ระยะสั้นอาจผันผวนจากแรงขายทำกำไรและสงครามอิหร่าน โดยพร้อมเพิ่มน้ำหนักลงทุนเมื่อจังหวะเหมาะสม
ภายใต้มุมมองดังกล่าว เราแนะนำจัดพอร์ต โดย ให้น้ำหนักลงทุนใน ตราสารหนี้ 60%, ตราสารทุน 35%, ที่เหลืออีก 5% แนะนำลงทุนผ่านทองคำ และ REIT
ขณะที่ กองทุนแนะนำเชิงกลยุทธ์ (Tactical Call) ในช่วงนี้เน้น 1) ES-HEALTHCARE ที่ลงทุนในหุ้นสุขภาพทั่วโลก 2) MRENEW-A ที่ลงทุนในหุ้นพลังงานยั่งยืน ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากเมกะเทรนด์ AI 3) ES-INDAE ที่ลงทุนในหุ้นอินเดีย ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตที่สูง
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจ ก่อนการตัดสินใจลงทุน
(Wealth Strategy เป็นรายงานที่ บล.ทีทีบี เวลธ์ จัดทำให้กับนักลงทุน โดยมีการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และนอกประเทศ นโยบายรัฐบาล แนวโน้มตลาดหุ้น-หุ้นรายตัว อุตสาหกรรม กระแสเงินทุน อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในรูปแบบที่กระชับเข้าใจง่าย เพื่อให้นักลงทุนสามารถจัดสินทรัพย์ในการลงทุน (Asset Allocation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในสภาวะการลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงรวมเร็ว และมีความหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ในรายงาน Wealth Strategy ไม่ได้มีเพียงการแนะนำการลงทุนในหุ้นสามัญในประเทศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุนต่างประเทศ กองทุนตราสารหนี้ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนประหยัดภาษี กองทุนที่ลงทุนใน REIT สินค้าโภคภัณฑ์ และกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund)
