Company Equity 14 Aug 2026, 05:35

MINT (BUY) – สัญญาณเชิงบวกจากการประชุม–Target Price Bt35.00, Price Bt23.10


  • คงเป้าหมายปี 2026–28 เช่นเดิม  
  • ธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มแข็งแกร่ง
  • ยอดขายสาขาเดิม/ยอดขายรวมสาขาของธุรกิจอาหารแข็งแกร่งในเดือนก.ค.
  • กำไรมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H26 แนะนำ “ซื้อ”

Analyst Meeting

  • เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” MINT ราคาเป้าหมาย 35 บาท หลังจากการประชุมให้สัญญาณเชิงบวก โดยผู้บริหารยังคงยืนยันเป้าหมายการเติบโตในปี 2026–28 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและอาหาร รวมถึงการขยายธุรกิจในรูปแบบ asset-light ที่เร่งตัวขึ้น ในเดือน ก.ค. RevPAR เติบโต 4% สำหรับในยุโรป, ระดับสิบกลางๆ ในไทย และ 30% ในมัลดีฟส์ ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม และยอดขายรวมของธุรกิจอาหารในไทยเติบโต 8% และ 14% y-y เราคาดว่ากำไรจะมีแวโน้มแข็งแกร่งขึ้นใน 2H26 จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร
  • MINT คงเป้าหมายปี 2026–28 โดยตั้งเป้าหมายให้รายได้เติบโตในระดับ high-single-digit และกำไรเติบโต 15–20% ต่อปี โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายธุรกิจแบบ asset-light ทั้งในธุรกิจโรงแรมและอาหาร บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีโรงแรม 850 แห่ง และร้านอาหาร 4,150 สาขา ในปี 2028F เพิ่มขึ้นจาก 636 โรงแรม และ 2,746 ร้านอาหารในปี 2025 ตามลำดับ
  • การขยายธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มเป็นรูปแบบ Asset-light มากขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนโรงแรมแบบ Asset-light จะเพิ่มจาก 34% ในปี 2025 เป็น 51% ในปี 2028F MINT ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่ จำนวน 30 แห่ง ใน 1H26 และยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่จะได้สัญญาใหม่มากกว่า 50 แห่งในปี 2026 นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 11 แห่งใน 8 ประเทศในช่วง 2H26 อีกด้วย
  • แนวโน้มธุรกิจโรงแรมยังคงแข็งแกร่ง โดยในเดือนกรกฎาคม 2026 RevPAR ในยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ เติบโต 4%, ระดับเลขสองหลักช่วงกลาง (mid-teens) และ 30% y-y ตามลำดับ สำหรับ RevPAR จากการจองล่วงหน้าแล้วใน 3Q26 คาดว่าจะเติบโต 3–4% ในยุโรป, 10% ในไทย และในระดับเลขสองหลักในมัลดีฟส์ เมื่อเทียบ y-y
  • Minor Food ยังคงขยายธุรกิจผ่านโมเดล Asset-light มากขึ้น โดยตั้งเป้ามีสาขารวม 4,150 แห่งภายในปี 2028F และเพิ่มสัดส่วนสาขาแฟรนไชส์เป็น 56% จาก 49% ในปี 2025 โดยการเปิดตัวแบรนด์/คอนเซ็ปต์ใหม่ การพัฒนาเมนู และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายรวม (TSSG)  ของ MINT นอกจากนี้ แผนการเข้าซื้อสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP rights) ของ Bonchon นอกทวีปอเมริกา มูลค่า US$50m จะช่วยเพิ่มรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ (royalty) และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (franchise income) MINT ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้าน Bonchon ใน 8 ประเทศ จากปัจจุบัน 345 สาขา เป็นมากกว่า 500 สาขาในช่วง 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ภายใต้ความร่วมมือกับ PTTOR ทาง MINT มีแผนเปิดสาขาใน 4 แบรนด์ในสถานีบริการน้ำมัน PTT ได้แก่ The Steak & More, Dairy Queen, The Pizza Company และ CHIHO Ramen โดยตั้งเป้ามีสาขารวม มากกว่า 150 แห่งภายในสิ้นปี 2030
  • ยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารในประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม 2026 เติบโต 8% y-y โดยมีแรงหนุนหลักจาก Dairy Queen, Swensen, Sizzler และ The Pizza Company ขณะที่ยอดขายรวมทุกสาขา (TSS) เติบโต 14% y-y
  • MINT คาดว่าอัตรากำไร EBITDA และ NPAT margins จะทรงตัวใน 3Q26 แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปีต่อๆ ไป โดยการขยายตัวของอัตรากำไร และการลดภาระหนี้  ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันกำไรของบริษัท ทั้งนี้ MINT คาดว่าการเพิ่มประสิทธิภาพด้านแรงงาน การประหยัดต้นทุนจัดซื้อ การบริหารสัญญาเช่าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้ระบบดิจิทัล การดำเนินธุรกิจแบบ asset-light การทำ asset rotation และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร บริษัทตั้งเป้า net debt/EBITDA ให้ไม่เกิน 4.0 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนให้อยู่ที่ 0.75–0.85 เท่า จาก 4.72 เท่า และ 1.10 เท่า ตามลำดับใน 2Q26
  • เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไร y-y จะดีขึ้นใน 2H26 โดยได้แรงหนุนจากทั้ง ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  •  
  • ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version