Company Equity 14 Aug 2026, 05:35

CBG (BUY) – ฟื้นตัวดีในตลาดเมียนมา –Target Price Bt60.00, Price Bt52.50


ธุรกิจในเมียนมาของ CBG ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่เราคาด ทำให้เราปรับกำไรขึ้น 8-17% ปี 2026–29F และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นเป็น 60.0 บาท/หุ้น เนื่องจากเราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตได้เฉลี่ย 14% ต่อปี ในช่วงปี 2027–29F หลังจากทรงตัวมาต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ปรับประมาณการกำไร ขึ้น

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CBG และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2027F) ขึ้นเป็น 60.0 บาท (จากเดิม 50.0 บาท) หลังเราปรับประมาณการกำไรปี 2026–29F ขึ้น 8-17% โดยมีปัจจัยหนุน คือ 1) ส่วนแบ่งการตลาดของ CBG ในเมียนมาฟื้นตัวขึ้นมาได้เร็วกว่าที่คาดหลังโรงงานผลิตในประเทศเริ่มดำเนินงานใน 4Q25 2) เราปรับสมมติฐานส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศระยะยาวขึ้นเป็น 29.5% (จาก 27.0%) หลังจากที่ CBG ยังมีแนวโน้มส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแม้คู่แข่งจะปรับราคาสินค้าหลักกลับมาเป็น 10 บาท/ขวด 3) ราคาต้นทุนวัตถุดิบเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังพุ่งขึ้นในช่วงสงครามอิหร่าน ทำให้เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะต่ำสุดใน 3Q26F และจะเริ่มฟื้นตัวหลังได้ และ 4) เรามองมูลค่าพื้นฐานยังน่าสนใจที่ 15 เท่า PE บนปี 2027F และให้อัตราผลตอบแทนปันผลราว 4% เทียบกับที่เราคาด EPS จะเติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปีในช่วงปี 2027–29F และมีสัดส่วน ROE ฟื้นตัวเป็น 23% ในปี 2029F จากจุดต่ำสุดที่ 20% ในปี 2026F

ตลาดต่างประเทศฟื้นตัว

CBG กลับมาชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเมียนมาได้ดีหลังเริ่มดำเนินงานผลิตที่โรงงานในประเทศตั้งแต่ 4Q25 ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง OSP เผชิญปัญหาการนำเข้าสินค้าในช่วงต้นปี เราคาดยอดขายในเมียนมาจะเติบโตได้ 30% ในปีนี้ ซึ่งจะชดเชยยอดขายในกัมพูชาที่ลดลงหนักจากการแบนสินค้าจากไทยตั้งแต่ 3Q25 ได้บางส่วน เราคาดการฟื้นตัวของยอดขายในเมียนมาร์จะช่วยหนุนให้รายได้จากการขายเครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศจะกลับมาเติบโตจากฐานต่ำได้ที่ 22/22/11% ในช่วงปี 2027–29F ทั้งนี้ยอดขายในต่างประเทศของ CBG เคยสูงสุดที่ 8.1 พันลบ. เมื่อปี 2020 และเราคาดว่าจะแตะจุดต่ำสุดที่ 3.6 พันลบ. ในปี 2026F นี้ ซึ่งยังไม่ได้รวม upside จากการเริ่มต้นกลยุทธ์ใหม่ในการบุกตลาดสหราชอาณาจักร (UK) และการสร้างโรงงานในประเทศแห่งใหม่ในอัฟกานิสถาน

ส่วนแบ่งตลาดในประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เราคาดยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศของ CBG จะเติบโตได้เฉลี่ย 4% ต่อปีในช่วงปี 2027–29F จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่องเป็น 28.6/29.2/29.5% (จาก 27.7% ในปี 2026F) ในขณะที่อุตสาหกรรมยังเติบโต 2% ต่อปี ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้นี้แม้คู่แข่งสำคัญทั้ง OSP และ Red Bull จะกลับมาจำหน่ายสินค้าหลักที่ราคา 10 บาท/ขวด หลังปรับขึ้นราคาเป็น 12 บาท/ขวด ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และCBG ไม่เคยปรับราคาขึ้นตามคู่แข่ง เราคาดรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายจะยังเติบโตแข็งแกร่งที่ 20/18/15% ในปี 2027–29F หนุนโดยส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้น เมื่อรวมยอดขายในประเทศและยอดส่งออก เราคาดรายได้รวมของ CBG จะเติบโต 15/12/10% ในปี 2027–29F

แรงกดดันด้านต้นทุนต่ำกว่าคาด

ต้นทุนวัตถุดิบของ CBG ที่สูงขึ้นในช่วงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ เศษแก้ว, อะลูมิเนียม และน้ำมันดีเซล คาดจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเต็มที่ใน 3Q26F ซึ่งเราประเมินไว้ที่ 25.0% ลดลงจาก 26.0% ใน 1H26 แต่ด้วยราคาต้นทุนเริ่มปรับลงสู่ภาวะปกติ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวขึ้นได้เป็น 25.5% ในปี 2027F จาก 25.2% ใน 2H26F ทั้งนี้คาดการณ์ของเราว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเป็น 25.1/24.6% ในปี 2028–29F นั้นเนื่องมาจากสัดส่วนธุรกิจการจัดจำหน่ายซึ่งมีอัตรากำไรต่ำนั้นจะสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับรายได้รวม

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version