AOT (BUY) – เติบโตแม้เผชิญกับปัจจัยลบหลายด้าน – Target Price Bt75.00, Price Bt66.25
แม้นักท่องเที่ยวจะอ่อนแอ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน และการปรับลดรายได้ประกันขั้นต่ำของธุรกิจดิวตี้ฟรีภายใต้สัญญา FY26 ฉบับปรับปรุง แต่ กำไรของ AOT ยังคงมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังเราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร 7–9% ต่อปีในปี FY26–28F เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” AOT และ TP 75 บาท
ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 75 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” AOT ในฐานะเป็นหนึ่งในหุ้น Top Country Pick ของเรา 1) เราปรับเพิ่มกำไร 7–9% สำหรับปี FY26–28F และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย (ปีฐาน FY27F สิ้นสุดเดือน ก.ย. 2027) เป็น 75.0 บาท จาก 65.0 บาท เนื่องจาก AOT ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคาด และมีรายได้จากสัมปทานสูงกว่าที่คาดใน 1H26 2) แม้แนวโน้มการท่องเที่ยวจะยังอ่อนแอ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน และการปรับลดรายได้ประกันขั้นต่ำ (MG) ของธุรกิจดิวตี้ฟรีภายใต้สัญญาที่ปรับปรุงใหม่ในเดือน ต.ค. 2025 แต่คาดว่ากำไรของ AOT จะเติบโต 7% y-y ในปี FY26F และ ปี FY27F น่าจะมีกำไรสูงกว่าในปี FY19 โดยคาดกำไรจะเติบโต 61/13/10% y-y ใน FY27F–29F ซึ่งหนุนโดยการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ (PSC) 53%, มาตรการควบคุมต้นทุน และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว 3) ROE คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทำสถิตสูงสุดที่ 22% ในปี FY27F จาก 15% ในปี FY26F และ 17% ในปี FY19 และ 4) การที่คิงพาวเวอร์ชำระหนี้ 9 พันลบ. ให้ AOT เมื่อเดือนก่อน น่าจะช่วยคลายความกังวลของตลาดต่อฐานะทางการเงินของที่คิงพาวเวอร์ได้
ฐานกำไรใหม่ และโครงการริเริ่มเพื่อสร้างการเติบโตใหม่
แม้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเติบโตเพียง 1% y-y และรายได้ประกันขั้นต่ำ ของธุรกิจดิวตี้ฟรีลดลง 37% ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ แต่ยังคงคาดว่ากำไรของ AOT จะเติบโต 7% y-y ในปี FY26F หนุนโดยการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายพนักงานทรงตัว และการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 53% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2026 เมื่อรวมผลบวกจากการปรับขึ้น PSC เต็มปี และจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่คาดว่าจะเติบโต 6/5/4% y-y ในปี FY27–29F เราคาดว่ากำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโต 61/13/10% y-y นอกจากนี้ AOT ยังเดินหน้าหาแนวทางเพิ่มรายได้หลายด้าน ได้แก่ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการจอดและขึ้น-ลงอากาศยาน, การกลับมาเปิดร้านดิวตี้ฟรีสำหรับผู้โดยสารขาเข้า, การแต่งตั้ง AOT Ground Aviation Services ซึ่ง AOT ถือหุ้น 49% เป็นผู้ให้บริการภาคพื้นและขนส่งสินค้ารายที่ 3 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และการพัฒนาโครงการ Airport City เรายังไม่ได้รวมบวกจากโครงการริเริ่มเหล่านี้ในประมาณการ
กระแสเงินสดแข็งแกร่งขึ้น
ด้วย EBITDA เพิ่มขึ้นจาก 3.8 หมื่นลบ. ในปี FY26F เป็น 5.2–6.1 หมื่นลบ. ในปี FY27–29F ประกอบกับการคิงพาวเวอร์ชำระหนี้ 9 พันลบ. ในเดือน ก.ค. เราจึงคาดว่าเงินสดของ AOT จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จาก 2.0 หมื่นลบ. ในปี FY25 เป็น 4.3 หมื่นลบ. ในปี FY26F และเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า แตะ 8.1 หมื่นลบ. ในปี FY29F ดังนั้นเราจึงคาดว่า AOT จะยังคงมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิตลอดช่วงการลงทุนมูลค่า 2.53 แสนลบ. ในปี FY26–35F ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 116 ล้านคน เป็น 211 ล้านคน ภายในปี 2035F
จำนวนนักท่องเที่ยวยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2019 อยู่ 20%
แม้ผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT จะเติบโตเพียง 1% y-y ใน 9MFY26 แต่ยังดีกว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยที่ลดลง 3% y-y ใน 7M26 เราคาดว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในปีนี้จะอยู่ที่ 32 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2019 ที่ 40 ล้านคน อยู่ 20% อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรของ AOT จะยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้ฐานนักท่องเที่ยวจะยังต่ำ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
