Economics 28 Aug 2026, 07:07
Economics – การส่งออกแข็งแกร่งและดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น
- การส่งออกเติบโต 21.6% y-y ในเดือนกรกฎาคม
- การนำเข้าเติบโต 36.7% y-y ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี
- การขาดดุลการค้าลดลงอย่างมาก
- การขาดดุลการค้าที่ลดลงเป็นผลดีต่อ GDP ใน 3Q26F
News Update:
- การส่งออกแข็งแกร่งและการนำเข้าเติบโตดี สะท้อนวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่: การส่งออกของไทยตามข้อมูลศุลกากรขยายตัว 21.6% y-y ในเดือน ก.ค. ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 36.7% y-y โดยปัจจัยขับเคลื่อนยังคงคล้ายกับช่วงหลายเดือนก่อนหน้าในปีนี้ โดยสินค้าส่งออกที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (+68% y-y) เครื่องใช้ไฟฟ้า (+31%) ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี (+36% โดยส่วนหนึ่งมาจากผลของราคาที่เพิ่มขึ้น) โลหะและเหล็ก (+24%) และเครื่องจักร (+22%) ขณะที่การนำเข้าที่เติบโตแข็งแกร่ง ได้แก่ วัตถุดิบไม่รวมเชื้อเพลิง (+41% y-y) และสินค้าทุน (+39%) ส่วนการนำเข้าเชื้อเพลิงยังเติบโตสูงถึง 54% y-y ในเดือน ก.ค. 2026 แต่ลดลง 14% m-m จากเดือน มิ.ย. และลดลง 48% จากจุดสูงสุดในเดือน เม.ย. 2026 หลังสถานการณ์สงครามอิหร่านคลี่คลายลง
- ในช่วง 7M26 การส่งออกของไทยตามข้อมูลศุลกากรขยายตัว 18.2% y-y เทียบกับ การนำเข้าที่เติบโต 37.8% y-y โดยเรามองว่าการเติบโตของการนำเข้าอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากเริ่มสะท้อนถึงวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทยและแนวโน้มการส่งออกที่แข็งแกร่ง กล่าวคือ การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 35% y-y ใน 7M26 ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบ ไม่รวมเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นถึง 50% y-y
- การนำเข้าเชื้อเพลิงลดลงตามสถานการณ์สงครามอิหร่านที่คลี่คลาย: การนำเข้าเชื้อเพลิงในเดือน ก.ค. ลดลง 14% m-m จากเดือน มิ.ย. และลดลง 48% จากระดับสูงสุดในช่วงสงครามในเดือน เม.ย. ทั้งนี้ จากระดับปกติที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงประมาณ US$3.5bn ต่อเดือน มูลค่าการนำเข้าพุ่งขึ้นเป็น US$8.4bn ในเดือน เม.ย. ก่อนลดลงมาอยู่ที่ US$5.1bn/US$4.3bn ในเดือน มิ.ย./ก.ค. ตามลำดับ (Exhibit 3) การลดลงของการนำเข้าเชื้อเพลิงดังกล่าวช่วยให้ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น.
- ขาดดุลการค้าลดลงอย่างมากในเดือน ก.ค.: การประเมินดุลการค้าที่ถูกต้องมากขึ้นควรใช้ตัวเลขการส่งออกและนำเข้าแบบ Free on Board (FOB) แทนข้อมูลตามระบบศุลกากร ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายด้านประกันภัย ค่าระวาง และค่าดำเนินการ โดยเฉพาะฝั่งการนำเข้า ทั้งนี้ หากพิจารณาบนฐาน FOB หรือดุลการชำระเงิน ดุลการค้าของไทยเปลี่ยนจากเกินดุลเฉลี่ย US$2.1bn ต่อเดือนในปี 2025 เป็นขาดดุลเฉลี่ย US$1.9bn ต่อเดือนใน 7M26 เนื่องจากการนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสงครามอิหร่านส่งผลให้ทั้งราคาน้ำมันและปริมาณการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ยังทำให้การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้นด้วย (Exhibit 4)
- ในเดือน ก.ค. 2026 จากการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ดุลการค้าบนฐาน FOB ลดลงเหลือ US$0.9bn จาก US$2.7bn ในเดือน มิ.ย. และจากระดับสูงสุดที่ US$6.8bn ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามอิหร่านรุนแรงที่สุด
- สรุป: เรามองว่าตัวเลขการค้าในเดือน ก.ค. เป็น ข่าวเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่การเติบโตของการนำเข้าสะท้อนถึงวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องการนำเข้าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากการนำเข้าลดลงต่อเนื่องในทุกเดือนนับจากจุดสูงสุดในเดือน เม.ย. เราไม่ได้กังวลต่อการขาดดุลการค้าในปีนี้ เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว และแม้จะมีโอกาสที่ดุลการค้าจะขาดดุลเล็กน้อยต่อเนื่องไปถึงปีหน้า แต่เราไม่มองว่าเป็นข่าวลบ เพราะไทยกำลังอยู่ในวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น สุดท้าย การขาดดุลการค้าที่ลดลงในเดือน ก.ค. ถือเป็น ปัจจัยบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของ GDP ใน 3Q26F
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
