TIDLOR (BUY) – ตัวชี้วัดทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี – Target Price Bt25.00, Price Bt19.00
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” TIDLOR เนื่องจากบริษัทมีจุดเด่นด้านการดำเนินงานและผลตอบแทน โดยคาดว่าจะมี EPS เติบโตเฉลี่ยสูงที่สุดในกลุ่มที่ 14% ในปี 2026-28F มีความสามารถในการทำกำไรสูงที่สุดที่ ROE ที่ 16.5% ในปี 2027F และมีอัตราผลตอบแทนปันผลสูงที่สุดที่ 4.4/4.8% ในปี 2026-27F
ปัจจัยพื้นฐานโดดเด่นหลายด้าน คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” TIDLOR ด้วยมองว่าบริษัทมีจุดเด่นทั้งด้านการดำเนินงานและผลตอบแทน หนุนโดย 1) คาดว่า TIDLOR จะมีแนวโน้มการเติบโตของ EPS แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเฉลี่ยที่ 14% เทียบกับ 10% ของกลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียน การเติบโตที่แข็งแกร่งกว่ามาจาก สินเชื่อ NIM และ credit cost 2) TIDLOR เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม คาด ROE อยู่ที่ 16.5% ในปี 2027F เทียบกับ 14.5-15.4% สำหรับคู่แข่ง 3) TIDLOR มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการเงินทุน โดยแม้แนวโน้ม EPS จะเติบโตในระดับเลขสองหลัก แต่เราคาดว่าบริษัทจะยังคงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 40% ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลที่สูงสุดในกลุ่มที่ 4.2/4.5% ในปี 2026-27F นอกจากนั้นบริษัทยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงวันที่ 28 พ.ค.-27 พ.ย. 2026 4) เราคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2H26F จะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะใกล้ และ 5) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-28F ขึ้น 4-7% เพื่อสะท้อน credit cost และ NIM ที่ดีกว่าคาดหลังประกาศผลการดำเนินงาน 2Q26 เมื่อปรับมาใช้ปีฐาน 2027F ราคาเป้าหมายของเราจึงเพิ่มขึ้นเป็น 25 บาท จาก 21.6 บาท
การเติบโตของสินเชื่อเร่งตัวขึ้น
สินเชื่อของ TIDLOR เติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 2.6% YTD ใน 1H26 สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เราคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อใน 2H26F จะทยอยเร่งตัวขึ้น เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังคงแข็งแกร่งจะช่วยให้ผู้บริหารมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนหลัก ขณะที่ความต้องการรถบรรทุกมือสองที่ปรับตัวดีขึ้น จะช่วยหนุนกลับมาปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกอีกครั้ง เราปรับคาดการร์การเติบโตของสินเชื่อปี 2026 เป็น 6% จากเดิม 5% และคงการเติบโตที่ 7% ต่อปีสำหรับปี 2027-28F
Credit cost มีแนวโน้มดีขึ้น
ผู้บริหารมีความมั่นใจในคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้นหลังเห็นผลการดำเนินงาน 2Q26 และปรับลดเป้า credit cost ปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 200-250bps จากเดิม 220-280bps เราจึงปรับลดสมมติฐาน credit cost ปี 2026-28F ลงมาอยู่ที่ 210/225/220bps จากเดิม 255/245/235bps แม้ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับสูงและการบริโภคยังอ่อนแอ แต่ อัตราส่วน NPL ยังคงอยู่ที่ 1.56% ใน 2Q26 ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1.5-1.8% สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ยังคงควบคุมคุณภาพได้ดี ส่วน NPL ของสินเชื่อรถบรรทุก ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดกังวลนั้น มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเช่นกันตามการฟื้นตัวของรถบรรทุก โดยยอดขายรถบรรทุกในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 24% y-y ใน 7M26 ขณะที่ราคารถบรรทุกมือสองยังทรงตัวโดยรวมใน 5M26
ROE สูงที่สุดในกลุ่ม
เราคาดว่า ROE ของ TIDLOR ที่ 16.5% สูงกว่าของ MTC ที่ 15.4% และ SAWAD ที่ 14.5% โดย ROE ที่สูงกว่าเป็นผลจากทั้งการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เราคาดว่า TIDLOR จะจ่ายปันผลในอัตรา 40% ในปี 2026–28F เทียบกับ 41% ในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล ที่ 4.4/4.8% ในปี 2026–27F ทั้งนี้ประมาณการของเรายังไม่ได้รวมโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2.4 พันลบ. ซึ่งหากดำเนินการซื้อหุ้นคืนและยกเลิกหุ้นที่ซื้อคืนได้ครบทั้งหมด จะช่วยเพิ่ม EPS ได้ 4% และเพิ่ม ROE ได้ 50–60 bps
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
