Company Equity 3 Sept 2026, 05:33

CHG (BUY) – กำไรอยู่ในช่วงฟื้นตัว – Target Price Bt1.85, Price Bt1.51


แม้ปรับลดประมาณการกำไร CHG ลง 2-3% ต่อปีในปี 2026-28F แต่คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดในปี 2025 และโตเฉลี่ย 6% ต่อปีในปี 2026-28F โดยมี upside จากโอกาสขึ้นค่าบริการ SSS และขยายสิทธิ ม.33 ไปยัง 3 กลุ่มที่เคยได้รับการยกเว้น ที่ 2027F PE ที่ 15.8 เท่า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

กำไรกลับมาเติบโต แนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CHG 1) เราคาดว่ากำไรของ CHG เข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ คาด EPS เติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ในปี 2026-28F แม้จะปรับกำไรลง 2-3% ต่อปี จากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง และผลขาดทุนของรพ.จุฬารัตน์แม่สอดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การปรับขึ้นอัตราเบิกจ่ายประกันสังคม และการขยายสิทธิ์ มาตรา 33 ยังเป็น upside และด้วยปรับมาใช้ปีฐาน 2027F ราคาเป้าหมายจึงปรับขึ้นเป็น 1.85 บาท จาก 1.80 บาท 2) ฐานผู้ป่วยที่หลากหลายช่วยลดผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อพิพาทชายแดน นโยบายร่วมจ่าย อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และการเปลี่ยนจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะมาใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก 3) การมีเครือข่ายแข็งแกร่งในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และ EEC ช่วยให้ CHG ได้ประโยชน์จากการเติบโตของ FDI ในระยะยาว และ 4) ราคาหุ้นไม่แพงที่ 2027F PE เพียง 15.8 เท่า

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต

เราคาดกำไร CHG จะเติบโต 6/7/6% ต่อปีในปี 2026-28F พลิกจากกำไรที่หดตัวต่อเนื่อง 4 ปี จากฐานรายได้โควิดที่สูงในปี 2022-23 รวมถึงการได้รับเงินจากประกันสังคมที่ต่ำกว่ายอดจริง การตัดสิทธิการผ่าตัดกระเพาะแบบ Gastric Sleeve ภายใต้ประกันสังคม และการกลับรายการรายได้จาก 26 โรคเรื้อรังในปี 2024-25

ปัจจัยหนุนกำไร ได้แก่ 1) รายได้ผู้ป่วยเงินสดเติบโต 0/9/11% จากการเติบโตตามปกติและการขยายศักยภาพการให้บริการ 2) รายได้ประกันสังคมที่คาดว่าจะเติบโต 7/5/4% ในปี 2026-28F 3) รายได้จากผู้ป่วยส่งต่อโรคหัวใจและโครงการ “Cancer Anywhere” ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UCS) เติบโต 21/5/5% และ 4) ผลขาดทุนจากรพ.จุฬารัตน์แม่สอดแห่งใหม่ลดลงจาก 47 ลบ. ในปี 2026F เหลือ 26/0 ลบ. ในปี 2027-28F

ธุรกิจการจัดการดูแลสุขภาพ ช่วยลดความผันผวนของผู้ป่วยเงินสด

โครงสร้างรายได้ของ CHG ในปี 2025 อยู่ที่ 67:28:5 (ผู้ป่วยเงินสด:SSS:UCS) โดยผู้ป่วยเงินสดต่างชาติคิดเป็นเพียง 4% เราคาดว่ารายได้ผู้ป่วยเงินสดจะทรงตัวในปี 2026F จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อพิพาทชายแดน นโยบายร่วมจ่าย อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และการเปลี่ยนจากการผ่าตัดลดน้ำหนักมาเป็นยาฉีดลดน้ำหนัก ก่อนกลับมาเติบโตในปี 2027-28F การเติบโตของรายได้ประกันสังคม และประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะช่วยชดเชยความผันผวนของผู้ป่วยเงินสด หนุนโดยเคสที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าบริการประกันสังคม และการขยายสิทธิ ม.33 เป็น upside โดยการปรับอัตราเบิกจ่ายขึ้น 5% อาจเพิ่มกำไรราว 8% ขณะที่ผู้ประกันตนภายใต้ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นทุก 10,000 คน อาจเพิ่มกำไรราว 0.8%

แผนเพิ่มกำลังรองรับผู้ป่วยยังเป็นไปตามแผน

CHG มีโครงการขยายศักยภาพการให้บริการ 4 โครงการ ซึ่งจะเพิ่มเตียงที่เปิดให้บริการจริง 230 เตียงในปี 2026-27F โดยอาคาร OPD แห่งใหม่ของจุฬารัตน์ 11 และการเพิ่มเตียงอีก 71 เตียงที่รวมแพทย์ฉะเชิงเทรา มีกำหนดเปิดใน 2Q26 และ 3Q26 ตามลำดับ ส่วนอาคาร IPD ใหม่ 2 แห่ง ซึ่งเพิ่มเตียง 100 เตียงที่จุฬารัตน์ 3 และโรงพยาบาล CHG ระยองแห่งใหม่ขนาด 200 เตียง (ระยะแรก 59 เตียง) มีกำหนดเปิดใน 1H27 และ 2H27 ตามลำดับ ทั้งนี้ เราคาดว่า CHG ระยองจะยังมีผลขาดทุนในช่วงปีแรก ๆ ของการดำเนินงาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version