Company Equity 16 Sept 2026, 07:10

BANPU (BUY) – กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัว –  Target Price Bt17.00, Price Bt14.60


แม้ราคาก๊าซจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BANPU เนื่องจากคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ราคาก๊าซที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น รายได้จากธุรกิจดักจับคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น และราคาถ่านหินที่ทรงตัว

กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน คงคำแนะนำ “ซื้อ”

จากราคาก๊าซในสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรปกติลงอย่างมีนัยสำคัญ 35/37/31% ในปี 2026–28F เมื่อรวมกับการปรับมาใช้ปีฐาน 2027F และการควบรวมบมจ. บ้านปูพาวเวอร์ (BPP) ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงเหลือ 17 บาท จาก 19 บาท อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BANPU 1) เรายังคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวแข็งแกร่งที่ 20/29/13% ในปี 2027–29F หนุนโดยแนวโน้มราคาก๊าซในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากความต้องการขยายกำลังการผลิต LNG ซึ่งจะเพิ่มความต้องการก๊าซดิบ, อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตจากดาต้าเซนเตอร์ และรายได้จากธุรกิจดักจับคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น 2)  สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 32% ในปี 2022 เป็น 44% ในปี 2026F และ 51% ในปี 2028F 3) ธุรกิจถ่านหินจะกลายเป็น ธุรกิจสร้างกระแสเงินสดหลัก (cash cow) โดยคาดว่าจะสร้าง EBITDA ราว 2.3 หมื่นลบ. ต่อปี 4) เรามองว่า PE ปี 2027F ที่ 15 เท่า ไม่แพง เมื่อเทียบกับการเติบโตของ EPS ที่แข็งแกร่งถึง 20/29% ในปี 2027–28F

ราคาถ่านหินและก๊าซแข็งแกร่งใน 2H26F

ราคาถ่านหินและก๊าซยังมีแนวโน้มที่ดีใน 2H26F โดยราคาถ่านหินอ้างอิง NEX ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ US$147/tonne ในเดือน ก.ย. 2026 เทียบกับ US$128/tonne ใน 1H26 ปัจจัยหนุนมาจากผลผลิตถ่านหินของจีนที่ลดลง 10% y-y ระดับสินค้าคงคลังในอินเดียที่อยู่ในระดับต่ำ และการส่งออกถ่านหินจากอินโดนีเซียที่ตึงตัวขึ้น เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานราคาถ่านหินปี 2026–28F เป็น US$135/125/125/tonne จากเดิม US$125/110/110/tonne ขณะที่ราคาก๊าซในสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ทำให้เราปรับลดสมมติฐานราคาก๊าซปี 2026–28F เป็น US$3.3/3.6/3.7/mmbtu จากเดิม US$4.0/4.2/4.5/mmbtu อย่างไรก็ตาม เรายังคาดว่าราคาก๊าซจะปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลใน 2H26F

ธุรกิจโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แข็งแกร่ง

BANPU ถือหุ้น 62.8% ใน BKV ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I-II ขนาดรวม 1,500MW ในรัฐเท็กซัส เราคาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจาก 59% ในปี 2025 เป็น 90% ในปี 2029F ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการจากดาต้าเซนเตอร์ BKV คาดว่าจะสามารถทำสัญญา PPA ระยะยาว สำหรับโครงการ Temple กับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซนเตอร์ได้ภายในต้นปี 2027 สำหรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต BKV มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3,000MW หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง แม้ปัจจุบันยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

โอกาสรับประโยชน์จาก PDP ฉบับใหม่  

BANPU ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ของไทย ผ่านธุรกิจของ BPP ที่ควบรวมเข้ามา โดยบริษัทให้ความสนใจธุรกิจ พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีประสบการณ์ดำเนินงานในต่างประเทศอยู่แล้ว นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า BLCP ซึ่ง BANPU ถือหุ้น 50% ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เนื่องจากสัญญา PPA เดิมจะทยอยหมดอายุตั้งแต่ปี 2032 เป็นต้นไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version