Equity Industries 1 Oct 2026, 06:03

Bank Sector (Overweight) – เข้าสู่ช่วงเติบโต


กำไรกลุ่มธนาคาร 3Q26F คาดอยู่ที่ 5.0 หมื่นลบ. (+0.2% q-q) หนุนโดย NIM ที่ทรงตัว รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี การเติบโตของสินเชื่อ และ credit cost อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนมุมมองว่ากำไรกลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวในปี 2027F เราคงน้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” กลุ่มฯ โดย KTB และ KKP เป็น Top Picks ของเรา

กำไร 3Q26F แข็งแกร่ง

เราคาดว่ากำไรสุทธิรวมกลุ่มฯ 3Q26F อยู่ที่ 5.0 หมื่นลบ. (-12% y-y, +0.2% q-q) โดยการลดลง y-y ไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากฐานสูงใน 3Q25 จากกำไรจากเงินลงทุน และการหดตัวของ NIM ซึ่งตลาดรับรู้ไปมากแล้ว ดังนั้น การเปลี่ยนแปลง q-q จึงเป็นสัญญาณที่สำคัญกว่า โดย NII คาดทรงตัว เนื่องจาก NIM ของกลุ่มฯ ทรงตัว q-q ที่ 2.73% ขณะที่สินเชื่อคาดว่าจะทรงตัว q-q หลังความต้องการสินเชื่อแข็งแกร่งใน 1H26 รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิยังเป็นปัจจัยหนุน โดยเติบโต 6.6% y-y แม้มีการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมใหม่จาก ธปท. ขณะที่ธนาคารยังควบคุมต้นทุนได้ดี และคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดย credit cost ทรงตัว q-q ที่ 131bps ทั้งนี้ KKP คาดมีกำไรเติบโต y-y สูงสุด จากรายได้ค่าธรรมเนียมและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ขณะที่ KTB คาดมีกำไรเติบโต q-q สูงสุด จากกำไรการปรับมูลค่ายุติธรรมของ บมจ. การบินไทย (THAI)

EPS หุ้นกลับมาเติบโตในปี 2027F พร้อมแรงหนุนจากเงินปันผล

หลังกำไรปี 2026F ลดลง 4% เราคาดว่าธนาคารไทยจะกลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโต โดยกำไรสุทธิของกลุ่มคาดเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปีในปี 2027-28F การฟื้นตัวจะได้แรงหนุนจากสินเชื่อที่เติบโตดีขึ้น NIM ที่ฟื้นตัว รายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังเติบโตดี โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และcredit cost ที่ลดลง เงินปันผลยังเป็นปัจจัยหนุนในระยะสั้น โดยเราคาดเงินปันผลงวด 2H26F ซึ่งจะประกาศในเดือน ก.พ. 2027 และจ่ายในเดือน มี.ค.-เม.ย. จะให้อัตราผลตอบแทนปันผลราว 4-5% สำหรับระยะถือครอง 6 เดือน ส่วนปี 2027F คาดผลตอบแทนปันผลจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 6-8%

มาตรการสนับสนุน SME ช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อ

ธปท. ออก 3 มาตรการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ได้แก่ SME Credit Portal สำหรับจับคู่ผู้กู้กับสถาบันการเงิน กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่วงเงิน 1 แสนลบ. ซึ่งเรามองว่าอาจต่อยอดจากโครงการ SME Credit Boost และ Data Bureau ที่ใช้ข้อมูลทางเลือกในการประเมินสินเชื่อ เรามองว่ามาตรการเหล่านี้เป็นบวกเล็กน้อยต่อการเติบโตของสินเชื่อ กรณีฐานของเรายังคงมองว่าการฟื้นตัวจะนำโดยสินเชื่อภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยสินเชื่อ 9M26F เติบโต 2.9% YTD สูงสุดในรอบ 4 ปี หากมาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี อาจช่วยเร่งการฟื้นตัวของสินเชื่อ SME และขยายแรงหนุนต่อ NII

หุ้นหลักรับวัฏจักรขาขึ้นของ SET

เราให้น้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” กลุ่มธนาคาร จากอัตราผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจ และวัฏจักรการฟื้นตัวของกำไรและสินเชื่อที่เติบโต KTB ยังคงเป็น Top Pick โดยมี ROE ปี 2027F สูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ 11%, ให้อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2026F ที่ 6% รวมถึงมีธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและภาครัฐ KKP เป็นหุ้นที่เราชอบเป็นอันดับสอง โดยคาดมีกำไรเติบโตสูงสุดในกลุ่มเฉลี่ย 20% ในปี 2026-28F และให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงสุดในกลุ่มที่ 7% ในปี 2026F KBANK อยู่ในอันดับสาม โดยได้แรงหนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version