Company Equity 15 July 2021, 05:27

TU (BUY) – เน้นการทำกำไรมากขึ้น – Target Price Bt22.00, Price Bt17.90


TU ได้หันไปให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรแทนการทำ M&As เราคาดว่าจะทำให้รูปแบบการเติบโตของกำไรมีเสถียรภาพมากขึ้น และมีความชัดเจนของกำไรที่ดีขึ้นจากมาตรการประหยัดต้นทุน หลังจากการเติบโตที่ทรงตัวในปีนี้จากฐานที่สูง เราคาดกำไรจะเติบโต 16% ในปี 2022F เรามองว่า TU นั้นถูกที่ 13 เท่า 2021F PE คงคำ แนะนำ “ซื้อ”

ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไร

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” TU 1) เราชอบที่ TU ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ซึ่งจะทำให้ ROE เพิ่มขึ้น และมีความชัดเจนของกำไรมากขึ้น ขณะที่มีความผันผวนของกำไรลดลง 2) แม้เราคาดว่ากำไรในระยะสั้นจะอ่อนตัวลง ลดลง 7% y-y ใน 2Q-4Q21F (หลัง +36% y-y ใน 1Q21) จากฐานที่สูงในปีที่แล้ว แต่เราคาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีและชัดเจนในระดับสูงที่ 16/10% ในปี 2022-23F 3) TU ในฐานะเป็นบริษัทอาหารระดับโลก การซื้อขายที่ 13 เท่า 2021F PE และลดลงมาอยู่ที่ 11 เท่า ในปี 2022F (เทียบกับ 13 เท่า -1 STD) จึงถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของ EPS ในปี 2022F ที่ 16% และ 4) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 8/17/22% ในปี 2021-23F เพื่อสะท้อนการประหยัดต้นทุน และการขายผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มมากขึ้น และด้วยปรับมาใช้ปีฐาน 2022F ราคาเป้าหมายจึงเพิ่มขึ้นเป็น 22.0 บาท (จาก 17.8)

อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากการประหยุดต้นทุน

เป้าหมาย 5 ปีของ TU คือ 1) อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7.0% ในปี 2025 จาก 4.7% ในปี 2020 2) เพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารสัตว์ที่มีอัตรากำไรสูง 3) ธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มใหม่มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มเป็น 10% และ 4) การเติบโตแบบปกติของธุรกิจที่ 2-3% จาก 2 ธุรกิจหลัก ผลิตภัณฑ์กระป๋องและแช่แข็ง ซึ่งหมายถึงกำไร 11 พันลบ. ในปี 2025 เทียบกับคาดการณ์ของเราที่ 9.4 พันลบ. หรือเติบโตเฉลี่ย 5 ปีที่ 8% บริษัทฯ ตั้งเป้าประหยัดต้นทุน 3 พันลบ. ใน 5 ปี และรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มใหม่ช่วยเพิ่มความชัดเจนของกำไร การประหยัดต้นทุนที่สำคัญ คือ การลดต้นทุนสำหรับการดำเนินงานในยุโรป และ culinary project เป็นการรวมโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง 3 แห่ง ในสมุทรสาคร เข้าด้วยกันให้กลายเป็นโรงงานใหม่ที่ใหญ่และทันสมัยมากขึ้นในกลางปี 2022

…และธุรกิจที่ให้อัตรากำไรสูง

นอกจากการประหยัดต้นทุนแล้ว TU คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากการมีสัดส่วนของธุรกิจอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นธุรกิจหลักที่มีอยู่ซึ่งยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ด้วยให้อัตรากำไรขั้นต้น 27% เทียบกับอาหารทะเลแปรรูปที่ 21% และอาหารแช่แข็งที่ 10% เราคาดว่าสัดส่วนยอดขายอาหารสัตว์จะเพิ่มขึ้นเป็น 18% ในปี 2023F เทียบกับ 15% ในปี 2020 นอกจากนี้ TU ยังขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันปลาทูน่า โปรตีน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าธุรกิจใหม่จะมีสัดส่วนเป็น 10% ของฐานยอดขายปี 2020 ในอีก 5 ปีข้างหน้า อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจเหล่านี้คาดว่าจะเกิน 10%

Red Lobster กลายเป็นปัจจัยบวก

Red Lobster (RL) เป็นตัวกดดันหลักของ TU ในปี 2020 โดยส่วนแบ่งขาดทุน US$14m หรือ 419 ลบ. (สุทธิจากปันผลบุริมสิทธิ และภาษี) เนื่องจากสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งหลังฉีดวัคซีนไปจำนวนมากแล้ว เราคาดว่า RL จะกลับมาเป็นปัจจัยบวกสำหรับ TU โดยสร้างผลบวกรวม 169 ลบ. (Exhibit 15) ในปีนี้ เราคาดว่า RL จะคุ้มทุนในปี 2024F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version