CPALL (BUY) – 2Q21 ถูกกดดันโดยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, เป็นไปตามคาด- Target Price Bt73.00, Price Bt57.00
Results Comment
- CPALL รายงานกำไรปกติ 2Q21 อ่อนแอที่ 1.9 พันลบ. ลดลง 34% y-y และ 25% q-q เป็นไปตามคาด
- ขณะที่ธุรกิจ 7-Eleven และ MAKRO ที่ดีขึ้น ผลักดันให้ EBIT เติบโต 10% y-y ปัจจัยที่กดดันกำไร คือค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจากการลงทุนในโลตัส และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการชำระคืนเงินกู้และการออกหุ้นกู้
- กำไรสุทธิของ MAKRO (ถือหุ้น 93.08%) เพิ่มขึ้น 9% y-y เป็น 1,287 ลบ. และคิดเป็น 55% ของกำไรสุทธิรวมของ CPALL
- ส่วนแบ่งขาดทุนจากโลตัส (สุทธิจากดอกเบี้ยจ่ายของ SPV จาก bridging loan) อยู่ที่ 129 ลบ. เทียบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ 36 ลบ. ใน 1Q21 เนื่องจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของโลตัสจากยอดขายในไฮเปอร์มาร์เก็ตและรายได้ค่าเช่าที่อ่อนแอ
- การดำเนินงานที่ดีขึ้นของ 7-Eleven เกิดจาก 1) ยอดขายสาขาเดิมที่ +2.1% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่าย/ใบเสร็จที่เพิ่มขึ้นเป็น 82 บาท จาก 79 บาท ใน 2Q20 และ 77 บาท ใน 1Q21 จากขนาดใบเสร็จที่ใหญ่ขึ้น และธุรกรรม 7-Delivery ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 10-12% ของยอดขาย ( 10% ใน 1Q21, 3% ในปี 2020) แม้จะมีโควิด ระลอก 3 แต่ยอดขายต่อสาขาต่อวันเติบโต y-y และ q-q เป็น 67,767 บาท 2) เปิดสาขา 7-Eleven แห่งใหม่ โดยมี 156 สาขาเปิดใน 2Q21 เป็น 12,743 สาขา ในช่วงสิ้นไตรมาส (+654 สาขา จาก 2Q20 หรือเพิ่มขึ้น 5.4%) การลดลงของอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์รวมที่แคบลงเหลือ 10bp y-y (+20bp q-q) เป็น 26.5% เทียบกับ -50bp y-y ใน 1Q21 เนื่องจากอัตรากำไรของสินค้าที่ไม่ใช่อาหารทำสถิติใหม่ที่ 26.7% (+90bp y-y) จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายยา หน้ากาก และสินค้าเพื่อสุขภาพอื่นๆ
- กำไรสุทธิ 1H21 คิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2021F ของเรา เนื่องจากบอร์ดอนุมัติการขายหุ้นไม่เกิน 90% (2.34 พันลบ.) ในบริษัทย่อย ALL NOW Management Co Ltd ซึ่งดำเนินธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ภายใน 4Q21F เราจึงคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรจากธุรกรรมดังกล่าว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
