Company Equity 12 July 2021, 21:32

BAY (HOLD) – น่าสนใจน้อยลง – Target Price Bt34.00, Price Bt33.75


เนื่องจากสภาพคล่องที่สูงมาก การสูญเสียส่วนแบ่งตลาด และอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ลดลง BAY จึงกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากต่อ NIM ด้วยซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ และมีกำไรที่เติบโตต่ำกว่า เราจึงปรับลดคำแนะนำ BAY เป็น “ถือ” จากซื้อ

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”

เราปรับลดคำแนะนำ BAY เป็น “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายเดิมที่ 34 บาท 1) เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของ BAY ได้จบลงหลังการขาย TIDLOR แล้วเสร็จ และรับรู้ถึงกำไรจากการลงทุนจำนวนมากใน 2Q21 แล้ว ธนาคารพอใจกับการถือหุ้น 30% ใน TIDLOR และไม่มีแผนที่จะขายบริษัทในเครือที่ให้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค 2) ด้วยผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime rate อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจึงลดลง และมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงมาก ซึ่งทำให้ NIM ของ BAY หดตัวอย่างมาก และเรามองว่ายังอาจลดลงได้อีกมาก 3) ด้วยความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อรายย่อย การสูญเสียส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ให้คู่แข่ง และการลงทุนที่ช้าของบริษัทญี่ปุ่น ทำให้การเติบโตของสินเชื่อของ BAY เกือบจะทรงตัวในปีนี้ เราคาดสินเชื่อจะเติบโต 5-6% แต่กำไรจะเติบโตเพียง 3-4% ในปี 2022-23F และ 4) BAY ซื้อขายที่ P/BV to ROE ที่สูงกว่ากลุ่มฯ 10% โดยมีผลตอบแทนปันผลที่ต่ำกว่าที่ 0.7%

แรงกดดันต่อ NIM 

หลังจากอัพเกรดเป็น D-SIBs แล้ว BAY ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime rate ให้เท่ากับธนาคารขนาดใหญ่ ประกอบกับเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ลดลง (10% ของสินเชื่อของ BAY) อัตราผลตอบแทนการปล่อยสินเชื่อของ BAY จึงลดลงจากระดับที่สูงกว่า 6% ในปี 2018 เป็น 5.7% ในปี 2020 และ 5.2% ในปีนี้ เนื่องจากสินทรัพย์/หนี้สินของบริษัทญี่ปุ่นในเครือของ BAY ที่ติดลบ และการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ NIM ของ BAY จึงกำลังลดลงจาก 3.4% ในปี 2019 และ 3.3% ในปี 2020 เป็น 2.9% ในปีนี้

สินเชื่อฟื้นตัว

พอร์ตสินเชื่อของ BAY,  50% เป็นสินเชื่อเชิงพาณิชย์ (สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ + SME) และ 50% เป็นสินเชื่อรายย่อย ด้วยมาตรการล็อกดาวน์ที่ผ่อนคลายลง การกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง และภาพรวมเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น เราจึงคาดว่า BAY จะมีสินเชื่อฟื้นตัวดีที่ 5-6% ในปี 2021-23F อีกทั้งเรายังคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดี และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีขึ้นในอีกสามปีข้างหน้า แต่ด้วยอัตรากำไรที่ลดลงอย่างมาก เราจึงคาดว่ากำไรของ BAY จะเติบโตเพียง 3-4% จากปี 2021-23F

งบดุลแข็งแกร่งเป็นเบาะรองรับที่ดี

งบดุลของ BAY เป็นหนึ่งในงบดุลที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา สินเชื่อที่อยู่ในแผนช่วยเหลือของ BAY มีสัดส่วน 11% ณ 2Q20 อัตราส่วน NPL ต่ำกว่าธนาคารใหญ่อื่นอย่างมาก โดยอยู่ที่เพียง 2.5% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในปี 2022 และ 3.1% ในปี 2023 แม้ว่าจะมี NPL ที่ต่ำกว่า แต่ BAY ยังคงนโยบายการกันสำรองล่วงหน้า Credit cost อยู่ที่ 1.8% ในปี 2020 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.7% ใน 1H21 เช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆ เราคาดว่า credit cost ของ BAY จะลดลง แต่อัตราส่วน loan loss coverage ของธนาคารอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่มากกว่า 150%

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version