Utilities (Overweight) – ผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิง
SPP ได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ 2H21 จากราคาก๊าซในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น และเรามีการปรับกำไรลงเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์นี้ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปัจจัยลบอยู่ที่จุดสูงสุดแล้ว และแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรกำลังใกล้เข้ามา เราชอบ BGRIM มากกว่า GPSC ซึ่งเราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” เรายัง OVERWEIGHT กลุ่มสาธารณูปโภคฯ แม้ชอบหุ้นในจำนวนน้อยลง
SPP ถูกกดดันด้วยต้นทุนก๊าซที่สูง
บริษัทที่มีโรงไฟฟ้าในโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ในสัดส่วนที่สูงนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักราคาก๊าซในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ส่วนผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) สามารถผลักภาระต้นทุนเชื้อเพลิงได้ อัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP นั้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการปรับอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิง การปรับค่า Ft มีความเหลื่อมล้ำกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลต้องการบรรเทาผลกระทบด้านเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจ เราจึงปรับกำไรบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับ SPP สูงลงเพิ่ม 26/22/6% ในปี 2022-24F (Exhibit 12) ภายใต้สมมติฐานราคาก๊าซในประเทศเพิ่มขึ้น 58% หลังเพิ่มขึ้นมาแล้ว 9% ในปี 2021 จากสัดส่วนและราคาของ LNG นำเข้าที่สูงขึ้น
แนวโน้มฟื้นตัว
เราคาดว่าราคาก๊าซในประเทศจะแตะระดับสูงสุดใน 1H22F เพราะแม้ปริมาณการนำเข้า LNG จะยังมีสัดส่วนที่สูงต่อเพื่อชดเชยปริมาณการผลิตก๊าซในประเทศที่ลดลง แต่เราเชื่อว่าราคาที่ปรับสูงขึ้นจากความกังวลสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะทยอยลดลง จากที่เราสังเกตเห็นแล้วว่าราคา LNG ในเอเชียปรับลงมาเหลือ US$35 ต่อmmbtu จากจุดสูงสุดที่ US$50 ส่วนด้านราคาขายไฟฟ้า ค่า Ft นั้นถูกปรับขึ้นแล้ว 0.4 บาท/หน่วย ในปีนี้ (0.17 บาท/หน่วย ในเดือน ม.ค.-เม.ย. และอีก 0.23 บาท สำหรับเดือนพ.ค.-ส.ค.) และเราคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.15 บาท/หน่วย ในเดือนก.ย.-ธ.ค. แม้การขึ้น Ft นี้จะยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงได้อย่างทั้งหมด (เราคาดราว 1.2 บาท) แต่กำไรของ SPP ก็น่าจะฟื้นตัวได้ใน 2H22F เนื่องจากอัตรากำไรที่ดีขึ้นทั้งจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงและราคาขายที่เพิ่มขึ้น
ตัวเลือกในกลุ่ม SPP
หุ้นที่กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาหนัก โดย BGRIM ลดลง 34% จากจุดสุดสูงในปีก่อน GSPC ลดลง 20% และ GULF ลดลง 5% ในบรรดาหุ้นกลุ่มนี้ เราชอบ BGRIM มากที่สุดเพราะคาดกำไรฟื้นตัวแข็งแกร่งที่สุดในปี 2023F จากอัตรากำไร SPP ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังผลกระทบจากต้นทุนก๊าซลดลง เนื่องจากมีสัดส่วน SPP ต่อกำลังการผลิตสูงสุด และมีการขยายกำลังการผลิต เราปรับลดคำแนะนำ GPSC เป็น “ถือ” (จาก ซื้อ) เพราะมีผลกระทบเพิ่มเติมจากกำไรการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดียที่ต่ำกว่าคาด เรายังแนะนำ “ถือ” GULF
สำหรับกลุ่ม IPP, เราชอบ EGCO
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง เราแนะนำให้ลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า IPP ที่มีไม่มีความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิง (เพราะสามารถผลักภาระต้นทุนได้หมด) เราชอบ EGCO (“ซื้อ”) มากกว่า RATCH (“ถือ”) บนมูลค่าที่น่าสนใจกว่า ขณะที่ RATCH มีปัจจัยกดดันจากผลกระทบ dilution ของแผนการเพิ่มทุนที่จะเกิดขึ้นใน 2Q22

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
