Company Equity 17 Aug 2022, 12:41

THG (SELL) – กลับสู่ฐานกำไรปกติ – Target Price Bt43.00, Price Bt90.50


การดำเนินงานหลักของ THG ดีขึ้น และมีผลขาดทุนที่ลดลงจากการลงทุนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา THG ยังเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากสถานการณ์โควิดอีกด้วย และด้วยแผนลงทุนในโรงพยาบาลแห่งใหม่ เราจึงปรับประมาณการกำไรขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หุ้นได้ปรับขึ้นมากแล้ว และเรามองว่าหุ้นมีมูลค่าแพง คงคำแนะนำ “ขาย”

ปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มโรงพยาบาล “มูลค่ายังไม่สะท้อนการฟื้นตัว” วันที่ 8 เม.ย. 2022 ไม่รวมรายได้จากโควิด ปัจจัยพื้นฐานของ THG ก็ดีขึ้น ด้วยมีการดำเนินงานหลักที่ดีขึ้น และมีผลขาดทุนที่ลดลงจากการลงทุนใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำไรปกติของ THG อยู่ที่ 500-600 ลบ. ต่อปี ในปี 2015-17 กำไรลดลงต่ำกว่า 200 ลบ.ต่อปี ในปี 2018-20 เนื่องจากผลขาดทุนจากการลงทุนใหม่ เช่น Jin Wellbeing County (JWC), โรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสง, โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง, โรงพยาบาล Aryu International ในเมียนมาร์ และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ Thonburi Health Village ผลขาดทุนรวมได้ลดลง สำหรับการดำเนินงานหลักของโรงพยาบาลธนบุรี 1 และ 2 นั้น THG สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ Exhibit 2 แสดงถึงรูปแบบกำไรของบริษัทฯ

ปรับเพิ่มประมาณการกำไร

เนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจข้างต้น และการระบาดของโอมิครอน เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 90/33/26% ในปี 2022-24F และปรับราคาเป้าหมายเป็น 43.0 บาท (จาก 30.0 บาท) ปัจจุบันเรารวมแผนการลงทุนล่าสุดของ THG ในโรงพยาบาลธนบุรี รังสิต ขนาด 250 เตียง ซึ่งจะตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ JWC ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขายห้องชุดที่ JWC โรงพยาบาลธนบุรี รังสิต เป็นการรวมทุนของ THG (สัดส่วนการถือหุ้น 30%), โรงพยาบาลรามคำแหง (RAM) (40%), โรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) (10%) และกลุ่มแพทย์ (20%) (Exhibit 3) THG มีแผนที่จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยเงินสด ด้วยมีบริการระดับตติยภูมิ เราคาดว่ากำไรจาก non-COVID ของ THG จะเติบโต 77/35/24% ในปี 2022-24F

สถานะทางการเงินดีขึ้น

ด้วยอัตราส่วนเงินลงทุนต่อยอดขายที่สูงของ THG ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 32% ในปี 2018-20 และมียอดขาย JWC ที่ต่ำ ส่งผลให้ THG มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสูงสุดในกลุ่มฯ ที่ 1.1 เท่า ในปี 2020 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยรายได้โควิดที่มีจำนวนมาก EBITDA ของ THG จึงเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดมาอยู่ที่ระดับมากกว่า 2 พันลบ. ต่อปี ในปี 2021-22F เทียบกับ 1 พันลบ. ต่อปี ในปี 2018-20 ซึ่งช่วยสนับสนุนการลงทุนใหม่ของ THG ที่ 1.7 พันลบ. ในปี 2022-23 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนก็ลดลงเหลือ 0.7/0.7/0.5 เท่า ในปี 2022-24F (Exhibit 4 และ 5)

มีมูลค่าแพง

ราคาหุ้น THG เพิ่มขึ้น 143% YTD มาซื้อขายที่ non-COVID PE ที่ 168/124 เท่า ในปี 2022-23F เทียบกับ 45/91 เท่า PE ในปี 2017-18 ซึ่งเรามองว่าแพงแม้ว่าเราจะมองบวกต่อการดำเนินงานที่ดีขึ้น ราคาหุ้นพุ่งขึ้นหลังประกาศแผนการลงทุนในโรงพยาบาลธนบุรี รังสิต ด้วยแบรนด์ธนบุรีที่แข็งแกร่ง และการผนึกกำลังจากผู้ร่วมทุนซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและมีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ดี เราจึงมั่นใจในความสำเร็จของโรงพยาบาลใหม่แห่งนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version