Company Equity 18 Aug 2022, 21:43

STANLY (BUY) – มูลค่าถูกมาก – Target Price Bt220.00, Price Bt168.00


แม้จะปรับกำไรลงสะท้อนความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่เรามองว่า STANLY มีมูลค่าที่ถูกมาก การซื้อขายที่ P/BV ที่ 0.6 เท่า นั้นต่ำกว่าระดับวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่ 0.9 เท่า และปี 2011 ที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทยที่ 1.2 เท่า เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 220 บาท

มูลค่าถูกมาก

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” STANLY แม้จะปรับกำไรลง 26/20/9% ในปี FY23-25F (ปีงบประมาณสิ้นสุดในเดือนมีนาคม) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของการชะลอตัวทั่วโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ราคาเป้าหมายปี FY23F ของเราลดลงเหลือ 220 บาท (จาก 270 บาท) เนื่องจาก 1) STANLY เป็นหุ้นที่มีมูลค่าถูกมาก ซื้อขายที่จุดต่ำสุดของกรอบซื้อขายในอดีต อัตราส่วน P/BV ปี FY23F ที่ 0.6 เท่า ด้วยมีเงินสดสุทธิ 5.7 พันลบ. (27% ของมูลค่าตามบัญชี) นั้นต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่ 0.9 เท่า และ 1.2 เท่า ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของไทยในปี 2011 (ดู Exhibit 1) 2) เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัว 25/18% ในปี FY24-25F จากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง

การชะลอตัวลงทั่วโลกเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออก

การผลิตรถยนต์รวมใน 5M22 เพิ่มขึ้นเพียง 3% y-y หนุนโดยการเติบโตของยอดขายในประเทศที่ 17% y-y แต่ถูกกดันด้วยการส่งออกรถยนต์ที่ลดลง 5% y-y จากการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศและครึ่งหนึ่งเพื่อส่งออก ปัจจุบันเรารวมแนวโน้มการชะลอตัวทั่วโลก และคาดว่าการส่งออกจะเติบโตที่ -5/+3/+8% เราคาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเพิ่มขึ้น 17/8/8% ในปี 2022-24F จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากฐานที่ต่ำ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนในประเทศอื่นๆ เนื่องจากยังมีสภาพคล่องส่วนเกินจำนวนมาก สำหรับรถจักรยานยนต์ เราคาดว่าการผลิตของอุตสาหกรรมเติบโต 1/3/5% ในปี 2022-24F Exhibit 3 แสดงคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ใหม่ของเรา

กลับมาเติบโตจากปี FY24F  

เราคาดว่ากำไรปกติปี FY23F จะลดลง 2% จากยอดขายที่ค่อนข้างทรงตัว และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ plastic raisin ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5-10% ในปี FY23F STANLY ใช้พลาสติกประเภทเฉพาะมากขึ้นในการผลิตหลอดไฟ และราคามีความผันผวนน้อยกว่าราคาอ้างอิงมาตรฐาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่น่าจะถูกส่งต่อไปยังลูกค้า การเติบโตของกำไรคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในปี FY24-25F ที่ 25/18% โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ที่ 9/11% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวเป็น 19.3/20.1% ในปี FY24-25F เทียบกับ 18.3/17.6% ในปี FY22-23F

แผนลงทุนไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแผนการลงทุนซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของนักลงทุน โรงงานโคมไฟแห่งที่ 8 ล่าสุดได้เปิดดำเนินการที่ละส่วนตั้งแต่เดือนพ.ย.2020 จะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ โดยจะใช้เงินไม่เกิน 2 พันลบ. STANLY ยังคงอยู่ในช่วงเวลาการปรับปรุงโรงงานในระยะยาวในการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่สำหรับการผลิตหลอดไฟ แต่ไม่มีกรอบเวลาที่เป็นรูปธรรม แผนระยะใกล้ที่สุดคือการปรับปรุงและขยายโรงงานเก่าแห่งหนึ่ง ในราคาเป้าหมาย DCF ของเรา เรารวมค่าใช้จ่ายลงทุนสำหรับโรงงานใหม่ 6 แห่งในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version