Equity Industries 30 Apr 2026, 18:06

Industrial Estate Sector (Overweight) – คำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แข็งแกร่งใน 1Q26


  • คำขอ BOI ของไทยใน 1Q26 แตะ 1 ล้านลบ.
  • ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นสัดส่วนหลัก
  • สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เป็นนักลงทุนหลัก
  • ยังคงให้น้ำหนักการลงทุน “Overweight” ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

News Update

  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย เปิดเผยว่า มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน 1Q26 อยู่ที่ 1 ล้านลบ. (+2.4 เท่า y-y) จากทั้งหมด 625 โครงการ ซึ่งนับว่าสูงมาก โดยมีมูลค่าเทียบเท่าทั้งปี 2024 ที่ 1.0 ล้านลบ. และเข้าใกล้ระดับ 1.9 ล้านลบ. ในปี 2025 ภายในเพียงไตรมาสเดียว โดยสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เป็นนักลงทุนหลัก
  • อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่:
  • อุตสาหกรรมดิจิทัล: มูลค่า 8.74 แสนลบ. (48 โครงการ) เพิ่มขึ้น 822% y-y โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ จากบริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และมาเลเซีย เช่น TikTok Systems, Skyline Data Center & Cloud Services, Global Switch และ Evolution Data Center โดยอุตสาหกรรมนี้เพียงกลุ่มเดียวคิดเป็น 86% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: มูลค่า 4.0 หมื่นลบ. (80 โครงการ) เพิ่มขึ้น 8% y-y โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น HDDs, ออปติคัลทรานซีฟเวอร์ (optical transceivers) และเซิร์ฟเวอร์ AI นักลงทุนมาจากบริษัทชั้นนำจากสหรัฐฯ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง โดยอุตสาหกรรมนี้คิดเป็น 4% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค: มูลค่า 1.7 หมื่นลบ. (108 โครงการ) ลดลง 38% y-y โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นการผลิตพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จากผู้ประกอบการไทย โดยอุตสาหกรรมนี้คิดเป็น 2% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร: มูลค่า 1.7 หมื่นลบ. (61 โครงการ) เพิ่มขึ้น29%y-y โดยโครงการมุ่งเน้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ผลิตภัณฑ์ยางพารา แป้งดัดแปลง และการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ โดยอุตสาหกรรมนี้คิดเป็น 2% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และบริการมูลค่าสูง: มูลค่า 1.5 หมื่นลบ. (68 โครงการ) ลดลง 88% y-y โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ การขนถ่ายสินค้าในภาคการขนส่งทางทะเล และบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่อง การปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเกิดจากฐานที่สูงในปีก่อน จากโครงการขนาดใหญ่สายรถไฟฟ้าสีส้ม มูลค่า 1.09 แสนลบ. ใน 1Q25 โดยอุตสาหกรรมนี้คิดเป็น 1% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน (1.3 หมื่นลบ., -43% y-y), โลหะและวัสดุ (1.2 หมื่นลบ., -45% y-y), ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (1.1 หมื่นลบ., -31% y-y) และเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ (8.0 พันลบ., -13% y-y)
  • ในเชิงภูมิศาสตร์ การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง (8.32 แสนลบ. คิดเป็น 82% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด) รองลงมาคือภาคตะวันออก (1.50 แสนลบ. คิดเป็น 15% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด)
  • ใน 1Q26 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่า มีการอนุมัติการลงทุนรวมมูลค่า 3.3 แสนลบ. จาก 649 โครงการ ขณะที่มูลค่าใบรับรองการลงทุน (investment certificates) ที่ออกให้ อยู่ที่ 3.23 แสนลบ. จาก 738 โครงการ
  • เราคาดว่ามูลค่าการยื่นขออนุมัติจาก BOI จะยังคงอยู่ในระดับสูงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากการย้ายที่ตั้งห่วงโซ่อุปทานด้วย โมเมนตัมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่แข็งแกร่งน่าจะยังคงผลักดันให้ยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เรายังคงน้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยแนะนำ “ซื้อ” AMATA (ราคาเป้าหมาย 25.0 บาท), WHA (ราคาเป้าหมาย 4.7 บาท), PIN (ราคาเป้าหมาย 5.6 บาท) และ ROJNA (ราคาเป้าหมาย 8.6 บาท)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version