Equity Industries 20 Aug 2026, 05:48

Electronics Sector (Overweight) – สรุปผลการดำเนินงาน 2Q26; คาด 2H26F แข็งแกร่ง


  • 2Q26: ผลการดำเนินงานมีทั้งบวกและลบ
  • 2H26F: บริษัทต่างๆ ให้แนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
  • DELTA คาดว่าจะมีการเติบโตสูงสุด เนื่องจากมาจากฐานที่ต่ำ
  • HANA เตรียมเริ่มดำเนินการตามแผนงานด้าน AI (AI roadmap)

News Update

  • หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 3 บริษัทที่เราทำบทวิเคราะห์รายการผลการดำเนินงาน 2Q26 ออกมาคละกัน โดย HANA มีการปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด โดยผลขาดทุนจากธุรกิจผลิตชิป PMS ซึ่งเผชิญแรงกดดันมาเป็นเวลานานลดลง DELTA รายงานผลประกอบการ ต่ำกว่าคาด เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนอุปทาน ส่วน KCE มีผลการดำเนินงานที่ดี โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ขณะที่ธุรกิจหลักด้าน PCB ยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตดีขึ้นอย่างมากใน 2H26F
  • HANA (ซื้อ)
  • HANA รายงานกำไร 2Q26 เติบโต 82% y-y และ 169% q-q เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ว่ากำไรของ HANA จะถึงจุดต่ำสุดในปีก่อนและฟื้นตัวในปีนี้ แต่การพลิกฟื้นกลับมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้อย่างมาก เนื่องจากผลขาดทุนจากธุรกิจผลิตชิป PMS ลดลงอย่างมากเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือประมาณ 100 ลบ. หลัง HANA หยุดการผลิตด้วยตนเอง และว่าจ้างผู้ผลิตชิปจากจีนที่มีต้นทุนต่ำให้เป็นผู้ผลิตแทน ขณะเดียวกัน ธุรกิจหลักของ HANA เติบโต 5% y-y จากฐานที่ต่ำ หลังจากเผชิญกับภาวะอ่อนแอมานานถึง 3 ปี เรามองว่า การลดลงของผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS เป็นการปรับตัวดีขึ้นของกำไรที่มีความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงปัจจัยชั่วคราว
  • แนวโน้ม 2H26F: HANA คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ใน AI data centers ได้แก่ 1) บรรจุภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์ระบายความร้อนแบบโซลิดสเตท และ 2) PCBA สำหรับอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล HANA คาดว่าจะเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการใน 2H26F และเราประเมินว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะกลายเป็นหนึ่งใน 5 ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ HANA โดยมีสัดส่วนประมาณ 20% ของยอดขายรวมในปี 2027F เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้งานใน AI data centers อย่างจำกัด เราจึงประมาณการสัดส่วนยอดขายจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไว้ที่ 3% และ 7% ของยอดขาย HANA ในปี 2026F และ 2027F ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวน่าจะยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรได้ดี และเราคาดว่ากำไรจะเติบโต 55/56% ในปี 2026-27F  
  • DELTA (ซื้อ)
  • กำไรของ DELTA ต่ำกว่าคาด โดยกำไรเติบโต 36% y-y แต่ลดลง 31% q-q เนื่องจากเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บริหารจัดการพลังงานสำหรับ AI ท่ามกลางการลงทุนด้าน AI (AI capex) ทั่วโลกที่แข็งแกร่ง หนึ่งในซัพพลายเออร์รายสำคัญของ DELTA ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของยุโรป ทำให้ DELTA ไม่สามารถจัดซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์รายดังกล่าวได้ การขาดแคลนผลิตภัณฑ์สำคัญที่มี อัตรากำไรสูง ยังส่งผลกดดันต่อ EBIT margin ของ DELTA ขณะที่ราคาวัตถุดิบก็ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม DELTA ระบุว่า ลูกค้ากลุ่ม AI data centers ยังคงคำสั่งซื้อไว้ เนื่องจากความต้องการด้าน AI ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ทางเลือกในการหาซัพพลายเออร์รายอื่นยังมีจำกัด เนื่องจาก Delta Group มีส่วนแบ่งตลาดชั้นนำในผลิตภัณฑ์ power supply unit (PSU) ที่สำคัญสำหรับ AI data centers
  • แนวโน้ม 2H26F: DELTA ระบุว่าได้ซัพพลายเออร์รายใหม่แล้วในเดือน ก.ค. และยังคงคาดว่าจะสามารถส่งมอบสินค้าได้ตามแผน ซึ่งหมายความว่ายอดขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 2H26F น่าจะเติบโตประมาณ 50% h-h ยอดขายในเดือน ก.ค. จนถึงขณะนี้ยังเป็นไปตามแผน แม้ DELTA จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดย DELTA ยังมองว่าอัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการมีวัตถุดิบเพียงพอจะทำให้บริษัทกลับมาส่งมอบผลิตภัณฑ์ AI ที่มีอัตรากำไรสูง ได้อีกครั้ง DELTA กำลังเจรจาปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 2H26F เนื่องจากเป็นแนวปฏิบัติปกติของอุตสาหกรรม ทั้งนี้ จากข้อมูลยอดขายรายเดือนของ Delta Taiwan ในเดือน ก.ค. ธุรกิจ power management ซึ่งสะท้อนธุรกิจหลักของ DELTA TH ในด้านผลิตภัณฑ์บริหารจัดการพลังงานสำหรับ AI data centers เติบโต 59% y-y และ 18% m-m การเติบโตของธุรกิจดังกล่าวอยู่ที่เพียง 0% m-m ในเดือน เม.ย., 0.5% ในเดือน พ.ค. และ 3.0% ในเดือน มิ.ย. เนื่องจากซัพพลายเออร์รายสำคัญรายหนึ่งถูกคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป (EU sanctions)
  • KCE (ขาย)
  • กำไรของ KCE ใน 2Q26 เติบโต 35% y-y และ 34% q-q สูงกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ PCB (non-PCB products) เช่น laminate แข็งแกร่งกว่าปกติ จากความต้องการด้าน AI ที่อยู่ในระดับสูง ยอดขาย PCB ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ KCE ยังคงซบเซา ท่ามกลางยอดขายรถยนต์ในยุโรป (EU) ที่อ่อนแอ EBIT margin ปรับตัวดีขึ้นจากกลยุทธ์การลดต้นทุน และเงินบาทที่อ่อนค่า
  • แนวโน้ม 2H26F: KCE คาดว่าความต้องการ PCB จะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นใน 2H26F โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งผู้ผลิต PCB ในจีน หลังจากผู้ผลิตจีนปรับขึ้นราคาขายตามภาวะขาดแคลน PCB ทั่วโลก เรายังคงมองว่าประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ เมื่ออุปทาน PCB เพิ่มเติมเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด แม้ว่าบริษัทจะไม่คาดว่าการแข่งขันจะกลับมารุนแรงอีกครั้งก็ตาม เราขอสรุปว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา KCE เผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างจากความต้องการรถยนต์ในยุโรปที่อ่อนแอในกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ส่งผลให้ลูกค้าเหล่านี้หันไปจัดซื้อ PCB จากผู้ผลิตจีนที่มีราคาถูกกว่ามากขึ้น แม้ว่า PCB ของ KCE จะมีคุณภาพสูงกว่า ก็ตาม โดยรวม เราคาดว่ากำไรของ KCE จะเติบโต 84/54% ในปี 2026-27F แต่คาดว่ากำไรจะลดลง 4–5% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2028F เป็นต้นไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version