Equity Industries 2 Sept 2026, 06:36
Utilities (Overweight) – สรุปข้อมูลร่าง PDP-2026 ที่จะใช้รับฟังความคิดเห็น
- สนพ. เผยแพร่เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น PDP-2026 เมื่อคืนนี้
- มีการเสนอแนวทางพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าออกมา 4 แนวทาง
- มี upside ต่อปริมาณกำลังการผลิตจากก๊าซธรรมชาติกว่าที่เรามอง
- ทำให้ GULF จะเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างมากจากแผนฉบับใหม่นี้
News Update:
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยแพร่เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ (PDP 2026) เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีกำหนดจัดการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 8 กันยายนที่จะถึงนี้
- สนพ. ระบุปัจจัยขับเคลื่อน 5 ประการ ที่นำมาสู่การจัดทำร่าง PDP ฉบับใหม่ ได้แก่ 1) ความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม 2) ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้าน Data Center และ AI 3) นโยบายรัฐที่ส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Prosumer) 4) การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ 5) การนำกลไกราคาและภาษีคาร์บอนมาใช้ในตลาดโลก
- ร่าง PDP 2026 ยังสะท้อนถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาล 3 ด้าน คือ 1) การเปิดให้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และการเปิดให้บุคคลที่สามใช้โครงข่ายไฟฟ้า (Third Party Access, TPA) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวได้มากขึ้น 2) การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในภาคครัวเรือน และ 3) การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของไทยในปี 2050
- ร่างแผนดังกล่าวมีการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของระบบไฟฟ้าไทย จากแบบรวมศูนย์ที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ไปสู่ระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นบนเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ บนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ที่รองรับการไหลของพลังงานแบบหลายทิศทาง โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ 1) แหล่งผลิตไฟฟ้าฐาน (Baseload) ที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ 2) ระบบ Smart Grid ที่สามารถบริหารจัดการสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระดับสูงควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System, BESS) และ 3) ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบทบาทเป็นทั้งผู้ใช้และผู้จ่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ
- จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกณฑ์การประเมินความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจะเปลี่ยนจาก กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) เป็นดัชนีความคาดหมายการสูญเสียโหลด (Loss of Load Expectation, LOLE) โดยจะกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 1.0 วันต่อปี
- ประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าในร่าง PDP นี้อยู่สมมติฐานสำคัญ คือ GDP เติบโตเฉลี่ย 2.49% และจำนวนยานยนต์ไฟฟ้ารวมในประเทศ (EV) 26.2 ล้านคัน โดยแบ่งเป็นกรณีต่ำและกรณีสูงซึ่งขึ้นกับ 1) กำลังการผลิตรวมของโครงการ Data Center ที่จะพัฒนาขึ้นในช่วง 25 ปีข้างหน้าที่ 6.8-8.8GW และ 2) ระดับความสำเร็จของแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยได้คาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศในปี 2050 ว่าจะเพิ่มขึ้น 58-78% เป็น 367-415TWh ขณะที่ความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) เพิ่มขึ้น 102-117% เป็น 74-80GW
- ร่างแผนเสนอประมาณการกำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าดังกล่าวใน 4 ทางเลือกสำหรับการรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ 1) ดำเนินการผลิตไฟฟ้าตามแนวทางปกติ (Business as Usual) 2) การบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage, CCS) เพียงอย่างเดียว 3) การบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy, RE) เพียงอย่างเดียว และ 4) บรรลุเป้าหมาย Net Zero ผ่านการผสมผสานระหว่าง RE และ CCS
- เรามุ่งเน้นไปที่กำลังผลิตใหม่ในช่วง 10–12 ปีแรก ซึ่งเหมือนกันในทั้ง 4 กรณี โดยเปรียบเทียบกับประมาณการของเราใน Exhibit 1 ซึ่งพบว่ามี Upside อย่างมีนัยสำคัญต่อปริมาณโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โดยกำลังผลิตใหม่จากร่างอยู่ที่ 9.1GW เทียบกับที่เราคาด 5.0GW ในขณะที่กำลังผลิตจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ต่ำกว่าที่เรามอง โดยอยู่ที่ 2.7GW เทียบกับ 15.0GW สำหรับพลังงานลม และ 24.3GW เทียบกับ 35.0GW สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ ร่างแผนยังบรรจุ BESS จำนวน 14.5GW และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor, SMR) 300MW ซึ่งทั้งสองไม่ได้อยู่ในประมาณการของเรา
- เราประเมินว่าเงินลงทุนรวมสำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมในช่วง 12 ปีแรกของแผนจะอยู่ที่ 1.15 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 1.45 ล้านล้านบาทอยู่ราว 21% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังเงินลงทุนในโครงการ SMR และ BESS อีกราว 6.1 หมื่นล้านบาท และ 6.4 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
- เราประเมิณมูลค่าเพิ่มต่อกลุ่มสาธารณูปโภคจากการลงทุนในระยะแรกของแผนอยู่ที่ 2.85 แสนล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 3.35 แสนล้านบาทราว 15% แต่มีจุดที่น่าสนใจคือโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นสัดส่วนถึง 76% ของมูลค่าเพิ่มนี้ เทียบกับเพียง 35% ในประมาณการของเรา
- โครงสร้างกำลังการผลิตดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยบวกที่มีนัยสำคัญต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ GULF, BGRIM และ GPSC ขณะที่ผู้ประกอบการที่เน้นการลงทุนพลังงานทดแทนก็จะมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากแผน PDP ใหม่น้อยกว่าที่เราประเมินไว้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
