Company Equity 27 July 2022, 04:10

TTB (BUY) – มีปัจจัยขับเคลื่อนภายในที่แข็งแกร่งขึ้น – Target Price Bt1.50, Price Bt1.29


ปัจจุบันเราแนะนำ “ซื้อ” TTB ด้วยมองว่าราคาหุ้นที่ underperform นั้นไม่สมเหตุสมผลกับกำไรที่ฟื้นตัวดีขึ้น และ ROE ที่ดีขึ้น ด้วยประโยชน์ด้านต้นทุนจากการควบรวมกิจการ และตั้งสำรองที่ลดลง เราคาดว่า EPS จะ เติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ราว 17% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 1.5 บาท

มีประโยชน์จากการควบรวมกิจการมากขึ้น

ก่อนจะทำการโอนกิจการทั้งหมดแล้วเสร็จ TTB คาดว่าจะมีผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (synergy value) สูงถึง 2 หมื่นลบ. ภายในปี 2024 เนื่องจากการนำดิจิทัลมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว กิจกรรมทางการตลาดที่จำกัด และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงสองปีที่ผ่านมา ธนาคารจึงสามารถลดต้นทุน และรับรู้ผลประโยชน์ด้านงบดุล (Balance Sheet Synergy) เร็วกว่าแผนที่วางไว้ ประมาณ 90% ของ synergy value ที่ประมาณการเบื้องต้นถูกรับรู้แล้วใน 1Q22 และด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพสาขาอย่างต่อเนื่อง การใช้กำลังพลอย่างมีเหตุผล และทำการตลาดร่วมกัน จึงทำให้ต้นทุนลดลงไปอีกต่อเนื่อง ธนาคารได้ปิดสาขาไปแล้ว 274 สาขาในปี 2020-21 และคาดว่าจะปิดสาขาอีก 70-80 สาขา ในปี 2022

กลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ธนาคารได้ใช้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการเพื่อรับมือกับผลกระทบของโควิดที่มีต่อคุณภาพสินทรัพย์ TTB ได้แก้ไข NPL ในเชิงรุก และแทบไม่ได้ใช้กฎเกณฑ์การผ่อนปรนหนี้ของธปท. ธนาคารได้ลดความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยมองว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นการเติมเต็มช่องว่างด้านสภาพคล่อง และลดการให้สินเชื่อ SMEs ลงอย่างมาก TTB พยายามที่จะขยายสินเชื่อรายย่อยในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง เรามองว่ากลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพนี้จะทำให้สินเชื่อเติบโตในระดับปานกลางที่อัตราผลตอบแทนที่ยอมรับได้และมีความเสี่ยงด้านต้นทุนต่ำ TTB เป็นธนาคารที่ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 และ 4 โดยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 27% และ 12% ในปี 2021

เราปรับเพิ่มกำไรขึ้น 6% ในปี 2022-24F

เนื่องจากกำไร 1Q22 ที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับกำไรขึ้น 6.0% ในปีนี้ 8% ในปี 2023 และ 5% ในปี 2024 เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายดำเนินงานและตั้งสำรองที่ลดลง เราคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่สูงขึ้นที่ 17% (จากเดิมที่ 15%) และมีปัจจัยผลักดันการเติบโตที่สำคัญ คือ 1) สินเชื่อรายย่อยสูงขึ้น 4-5%; 2) credit cost ลดลงเป็น 1.45/1.3/1.2%; และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงจาก 47.9% ในปี 2021 เป็น 45.2% ในปี 2022F, 43.7 ในปี 2023F และ 42% ในปี 2024F เนื่องจากสินเชื่อ SME ที่ลดลง และการเปลี่ยนจากการขายกองทุนรวมเป็นบริการให้คำปรึกษาแบบต่อเนื่องมากขึ้น เราคาดรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจะลดลงอีก 8% ในปี 2022F

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสูงขึ้นเป็น 1.5 บาท

ราคาหุ้น TTB ปรับตัวลง 12% และ underperform กลุ่มธนาคารราว  5% YTD เรามอว่า valuation ของ TTB นั้น underperform ซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า P/BV และ PE เฉลี่ย 5 ปีที่ 0.8 เท่า และ 11.7 เท่า มากกว่า 20% เราเห็น upside 16% จากราคาเป้าหมายใหม่ของเราที่ 1.5 บาท และปรับเพิ่มคำแนะนำ TTB เป็น “ซื้อ” 1) ด้วยมีประโยชน์ด้านต้นทุนจากการควบรวมกิจการที่มากขึ้นและตั้งสำรองที่ลดลง TTB จึงมีปัจจัยขับเคลื่อนภายในที่แข็งแกร่งขึ้น และเราคาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นที่ 21% ในปีนี้และ 15% ในปี 2023F 2) Modified loans ของ TTB ลดลงดีเหลือ 13% จาก 20% ในปี 2020 โดย 77% อยู่ในระยะการปรับโครงสร้าง ซึ่งจะจำกัดการเพิ่มขึ้นของกันสำรองในอนาคต 3) เราเห็นศักยภาพในการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และแผนนำ TTB consumer เข้าตลาดฯ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version