Equity Industries 28 July 2022, 22:57
Finance Sector (Overweight) – ความต้องการรถบรรทุกแข็งแกร่ง แต่การแข่งขันเพิ่มขึ้น
- Hino และ Isuzu คาดว่ายอดขายรถบรรทุกเติบโต 9-10% ในปี 2023
- ASK และ THANI ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อใหม่ที่ 15% และ 20%
- ด้วยฐานที่สูง ASK จึงมีความท้าทายที่สูง
- แนะนำ “ซื้อ” หุ้นทั้งสอง แต่ชอบ THANI มากกว่า ASK
News update
- เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ ASK และ Opportunity day ของ THANI เมื่อวานนี้ ทั้งสองเป็นผู้ให้ลิสซิ่งรถบรรทุกและเช่าซื้อซุปเปอร์คาร์รายใหญ่ ทั้งสองยืนยันว่าความต้องการรถบรรทุกแข็งแกร่งจากแรงหนุนจากการกลับมาเปิดประเทศ การส่งออกผลไม้ที่เพิ่มขึ้น การขนส่ง และการค้าข้ามพรมแดน
- ด้วยได้แรงหนุนจากภาคการเกษตร การบริโภค การขนส่ง และการค้าชายแดน ยอดขายรถบรรทุกคาดว่าจะสิ้นสุดที่ 3.1-3.2 หมื่นคัน (1.57 หมื่นคันใน 1H22) Hino และ Isuzu คาดยอดขายรถบรรทุกอยู่ที่ 3.5 หมื่นคัน คิดเป็นการเติบโตที่ 9-10% ในปี 2023
- ไตรมาส 3 เป็นฤดูฝน แต่ THANI มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 28 พันลบ. (จาก 26 พันลบ.) หลังจากทำได้ 14.4 พันลบ. ใน 1H22 ในขณะที่ ASK ยังคงเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อใหม่ไว้ที่ 20% หรือคาดว่าจะมีการเบิกถอนใหม่จำนวน 37 พันลบ. ในปี 2022
- สำหรับปี 2023 ASK น่าจะยังคงต้องการเพิ่มสินเชื่อใหม่ 20% เพื่อให้บรรลุเป้า บริษัทฯ คาดว่าจะเสนอราคาที่แข่งขันได้สำหรับสินเชื่อรถบรรทุก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก และเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว
- THANI คาดว่าจะมีการเบิกเงินกู้ใหม่ที่แข็งแกร่งมากที่ 2.7-2.8 พันลบ. ใน 4Q22 และคาดว่าจะต่อเนื่องไปในปี 2023 ดังนั้นจึงคาดว่าสินเชื่อใหม่จะเติบโต 15% ในปีหน้า นอกเหนือจากการเติบโตของสินเชื่อรถบรรทุก THANI คาดว่าสินเชื่อ floor plan และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุกจะเติบโตแข็งแกร่ง สินเชื่อเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ของ THANI ที่เปิดตัวตั้งแต่ 1Q22 และ 3Q22 ตามลำดับ
- Yield ของ THANI ลดลง เนื่องจากมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถบรรทุกและลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้แข็งแรง ในขณะที่ ASK น่าจะสามารถแข่งขันได้มากขึ้น และคาดว่าจะชดเชยสินเชื่อรถบรรทุกที่ให้ yield ต่ำด้วยการมีสัดส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนและสินเชื่อ SME ที่ให้ yield สูงเพิ่มขึ้น
- แม้จะมีการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) จาก BBB+ เป็น A แต่ ASK คาดว่าต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น บริษัทฯ จะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมตั้งแต่ 4Q22 จากหนี้สินรวม 54 พันลบ. ใน 2Q22, ราว 7 พันลบ. ต้นทุนเฉลี่ยที่ 3.1% และ 10 พันลบ. ต้นทุนเฉลี่ยที่ 3% น่าจะถึงกำหนดชำระใน 2H22 และปี 2023 ตามลำดับ
- ขณะที่ THANI มีต้นทุนทางการเงินลดลง q-q ใน 2Q22 และดูเหมือนว่าจะขยายระยะหนี้เพื่อเพิ่มหนี้สินสะระยาวจาก 57% เป็น 70% ใน 3Q22 เป็น 80% ภายในสิ้นปี 2022
- สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ THANI ทำได้ดีขึ้น เนื่องจากให้สินเชื่อจำกัดในช่วงวิกฤตโควิด และนโยบายการเก็บหนี้เชิงรุก THANI คาดว่าอัตราส่วน NPL จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าจะมีโอกาสที่จะ write back ตั้งสำรองไปอีก
- เนื่องจาก 10% ของการให้สินเชื่อรถบรรทุกประสบปัญหาในการส่งต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ASK น่าจะยังคงต้องทำแผนปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เนื่องจาก NPLs ยังคงเพิ่มขึ้น บริษัทฯ จึงน่าจะ write off NPL ต่อเนื่อง และเพิ่มตั้งสำรองใน 3Q22
- เนื่องจากฐานที่สูง และการแข่งขันที่รุนแรงจนถึงยุคก่อนโควิด เราเห็นความท้าทายของ ASK ในการบรรลุเป้าการเติบโตของสินเชื่อใหม่ที่ 20% ในปีหน้า เราเห็นความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรของเรา แต่ยังคงคาดว่ากำไรจะเติบโตในระดับเลขสองหลัก
- เป้าหมายทางการเงินของ THANI ดูเหมือนจะเป็นบวกมากกว่าที่เราคาดไว้ในตอนนี้ เราเห็น upside จากประมาณการกำไรของเราสำหรับ THANI เราใหคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นทั้งสอง แต่เราชอบ THANI มากกว่า ASK เนื่องจากคุณภาพของงบดุลที่แข็งแกร่งกว่า
