Energy (OVERWEIGHT) – ตลาดโรงกลั่นตึงตัว
เรายังคงมองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น โดยคาดว่าตลาดจะยังคงตึงตัวต่อเนื่องไปยังในปีหน้า TOP และ ESSO ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบที่สุด ซึ่งได้ประโยชน์จากค่าการกลั่น middle distillate ที่สูง
ตลาดโรงกลั่นทั่วโลกตึงตัวต่อเนื่อง
เราคาดว่าตลาดโรงกลั่นทั่วโลกจะตึงตัวต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า เนื่องจาก 1) ยังไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนจะยุติลง และอุปสงค์และอุปทานทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง 2) การคว่ำบาตรของยุโรปต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 และอาจนำไปสู่การลดระดับอุปทานโลกจากรัสเซีย 3) เราคาดว่าอุปสงค์ของจีนจะฟื้นตัวจากการผ่อนคลายนโยบายปลอดโควิด และการล็อกดาวน์ที่น้อยลง แม้ว่าค่าการกลั่นจะลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ซึ่งทำให้เราปรับลดสมมติฐานลง แต่เราคาดว่าค่าการกลั่นจะยังคงอยู่ในระดับที่สูง เราปรับสมมติฐานค่าการกลั่นสิงคโปร์อ้างอิงใหม่เป็น US$9.0/7.9/7.6 ในปี 2022-24F เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ US$5-6/bbl
อุปสงค์ยังคงมีมากกว่าอุปทาน
เราคาดว่าอุปสงค์เพิ่มเติมของโรงกลั่นทั่วโลกจะยังคงมากกว่าอุปทานใหม่ในอีกหลายปีข้างหน้า (Exhibit 2) ในปี 2023F แม้ว่าจะมีอุปทานใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาด แต่คาดว่าอุปสงค์ที่แข็งแกร่งหลังโควิดจะตามทันอุปทานใหม่ นอกจากนี้เรายังเห็นแนวโน้มที่ตลาดจะตึงตัวยิ่งขึ้นไปอีกจาก 1) อัตราการดำเนินงานที่ลดลงของกำลังการผลิตของรัสเซีย เนื่องจากการคว่ำบาตรที่มีผลบังคับใช้โดยยุโรป และ 2) ความต้องการเพิ่มเติมเพื่อสะสมสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นในยุโรปเพื่อรักษาความมั่นคงด้านอุปทานเนื่องจากการคว่ำบาตร รัสเซียคิดเป็น 9% ของอุปทานการกลั่นทั่วโลก
ไทยมี middle distillate ในสัดส่วนที่สูง
ในบรรดาน้ำมันกลั่น ดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง จากค่าการกลั่นสิงคโปร์ในปัจจุบันอยู่ที่ US$10.1/bbl, diesel spread อยู่ที่ US$39/bbl รองลงมาคือ Jet spread ที่ US$36/bbl ซึ่งตัวที่กดดันคือน้ำมันเตากำมะถันสูง ซึ่งอยู่ที่ -US$18/bblผลผลิตดีเซลและน้ำมันอากาศยานรวมของไทยคิดเป็น 55% ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าสัดส่วน 35% ที่ใช้คำนวณเกณฑ์มาตรฐานของสิงคโปร์ ในขณะเดียวกัน การผลิตน้ำมันเตากำมะถันสูงของไทยมีเพียง 5% ของผลผลิตทั้งหมด เทียบกับ 23% ของเกณฑ์มาตรฐานของสิงคโปร์
TOP และ ESSO เป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น
เราชอบ TOP และ ESSO เนื่องจากมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ middle-distillate ค่อนข้างสูงมากกว่าบริษัทอื่น นอกจากนี้เรายังชอบ TOP จากการเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น และมี valuation ต่ำที่ 0.7 เท่า P/BV และ 7.7 เท่า PE ในปี 2023F เราชอบ ESSO เนื่องจากมีเรื่องราวการเติบโตของปริมาณขายทั้งจากธุรกิจโรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมัน และให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 12.2/6.2% ในปี 2022-23F จากปันผลต่อหุ้นที่ 1.5 บาท ESSO จ่าย 0.5 บาท เป็นเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับการดำเนินงานใน 1H22 และส่วนที่เหลืออีก 1.0 บาท หรืออัตราผลตอบแทน 8% จะจ่ายประมาณเดือนพฤษภาคมปีหน้า
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
