Company Equity 25 May 2021, 11:56

BGC (BUY) – แรงกดดันด้านต้นทุน – Target Price Bt12.70, Price Bt11.10


เราปรับกำไรปี 2021-23F ของ BGC ลง 10-12% สะท้อนต้นทุนโซดาแอชและต้นทุนพลังงานที่สูงกว่าคาด แต่ด้วยกำไรที่โตปีละ 13% ในปี 2022-23F เทียบกับ 2022F PE ที่ไม่แพงที่ 13.2 เท่า และอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 4-5% ในปี 2021-22F เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.7 บาท

ปรับลดกำไร แต่ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

เราปรับลดกำไรของ BGC ลง 10-12% ในปี 2021-23F และปรับราคาเป้าหมายปี 2022F ลงเหลือ 12.7 บาท (จาก 13.5 บาท) สะท้อนราคาโซดาแอชและก๊าซธรรมชาติที่สูงกว่าคาด แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BGC เนื่องจาก 1) เราคาดว่ากำไรของ BGC จะฟื้นตัวที่ 12% และ 14% ในปี 2022-23F จากการเติบโตที่ทรงตัวในปี 2020-21F โดยมีปัจจัยผลักดันจากการบริโภคภายในประเทศ การส่งออกที่เติบโต  และการรวมกิจการทั้งหมดของบริษัท บางกอกบรรจุภัณฑ์ จํากัด (BVP) (ถือหุ้น 100%) และบริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จํากัด (BGP) (ถือหุ้น 100%) 2) เรามองว่า PE ที่ 13.2 เท่า ในปี 2022F นั้นไม่แพง และให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจที่ 4-5% ต่อปี ในปี 2021-22F และ 3) อาจมี upside จากดีลการเข้าซื้อกิจการใหม่

ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น  

ก๊าซธรรมชาติ เศษแก้ว และโซดาแอช เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งคิดเป็น 57% ของต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วของ BGC ในปี 2019 ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติของ BGC สูงขึ้น ราคาโซดาแอชก็เพิ่มขึ้นเป็น 8,000 บาท/ตัน ในเดือนต.ค.2021 จากเฉลี่ย 7,800 บาท ในปี 2020 และ 7,000 บาท ใน 1H21 ราคาเศษแก้วยังคงทรงตัวจากราคาเฉลี่ยในปี 2020 ที่ 3.3-3.4 บาท/กก. เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ BGC จะลดลงจาก 18.7% ในปี 2020 เป็น 17.0%, 17.0% และ 17.3% ในปี 2021-23F ตามลำดับ

ความต้องการเติบโตในระดับปกติของธุรกิจ

รายได้ของ BGC ในปี 2020 มาจากบรรจุภัณฑ์แก้ว 96% (ภายในประเทศ 92% และส่งออก 8%) และธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม 4% ซึ่งประมาณ 42% ของยอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วในปี 2020 เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับเบียร์ และส่วนที่เหลือเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำอัดลม อาหาร ยาฆ่าแมลง และยา ยอดขายของ BGC ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ประเทศในเดือนก.ค. และส.ค. ปีนี้ เราคาดว่ายอดขายจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติหลังจากคลายล็อกดาวน์ในเดือนก.ย. และการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนพ.ย. ในขณะที่ยอดส่งออกในปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมากจากตลาดสหรัฐฯ เราคาดว่ายอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วของ BGC จะเติบโต 3.8%, 5.1% และ 5.0% ในปี 2021-23F

ยังคงมองหาโอกาสในการเติบโตที่มากกว่าปกติของธุรกิจ

BGC ได้ประกาศแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานทดแทน โดยจะแลกหุ้นที่ถือ 100% ในบริษัท โซล่า พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) กับหุ้น 27.3% ในบริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด (BGE) จากนั้น BGC จะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BGE เป็น 19.9% โดยการขายหุ้น 7.35% ให้กับบริษัทแม่ บมจ.บางกอกกล๊าส (BG) ดีลนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า BGC จะมีเงินสดในมือเพิ่มขึ้น และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงเล็กน้อยเหลือ 1.7 เท่า จากนั้น BGC คาดว่าจะลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจบรรจุภัณฑ์จำนวน 4 ดีล โดย 2 ดีล มีเป้าหมายที่จะแล้วเสร็จในปีหน้า ในส่วนของธุรกิจพลังงานทดแทนนั้น  BGE มีแผนที่จะซื้อโรงไฟฟ้าใหม่เช่นกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version