Uncategorized 13 Jan 2026, 13:23
Bank Sector (Overweight) – ค่าธรรมเนียม FIDF ลดลงเหลือ 32bps ส่งผลบวกเล็กน้อยต่อธนาคารไทย
- ธปท. ปรับลดค่าธรรมเนียม FIDF ปี 2026 จาก 46 bps เหลือ 32 bps
- การลดลงนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยประคองธุรกิจ SMEs
- ผลกระทบต่อกำไรมีจำกัด แต่ช่วยปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์
- คงน้ำหนักลงทุน “OVERWEIGHT” โดย KTB และ KBANK เป็น Top Picks
News Update
- ข่าว: ธปท. ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เหลือ 0.32% ของเงินฝากสำหรับปี 2026 จากอัตราปกติ 0.46% นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ธนาคารสามารถส่งต่อการประหยัดต้นทุนทางการเงินไปยังผู้กู้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะ SMEs ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่สูง และภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยืดเยื้อ
- มุมมองของเรา: เรามองว่าพัฒนาการนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีเล็กน้อยสำหรับกลุ่มธนาคารไทย โดยเฉพาะงในแง่ของคุณภาพสินทรัพย์ มากกว่าที่จะเป็นตัวกระตุ้นกำไรโดยตรง KBANK จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนสินเชื่อ SME สูง (ประมาณ 26% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด)
- ค่าธรรมเนียม FIDF เป็นต้นทุนทางการเงินเชิงโครงสร้างสำหรับธนาคารไทย คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินฝาก ด้วยเงินฝากในระบบปัจจุบันอยู่ที่ราว 17.5 ล้านลบ. การลดลง 14 bps หมายถึงงบประมาณรวมต่อปีประมาณ 2.4 หมื่นลบ. ที่ธนาคารสามารถใช้สนับสนุนลูกค้ากลุ่มเปราะบางได้ การปรับลดนี้สอดคล้องกับมาตรการของ ธปท. ในปี 2025 ที่ได้ปรับลดค่าธรรมเนียม FIDF 23 bps เพื่อสนับสนุนผู้กู้ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “Social AMC” โดยมีวงเงินสนับสนุนรวมราว 4.0 หมื่นลบ.
- เราไม่คาดว่าผลกำไรของธนาคารจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเราเชื่อว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้ในการช่วยเหลือผู้กู้ยืมผ่านการลดอัตราดอกเบี้ย โครงการปรับโครงสร้างหนี้ หรือมาตรการบรรเทาผลกระทบเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้น่าจะช่วยบรรเทาภาระการชำระหนี้ของ SMEs และลูกค้ารายย่อย ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลับมาปล่อยสินเชื่อเชิงรุกต่อกลุ่มเปราะบางได้อีกครั้ง ในระยะยาว มาตรการเหล่านี้ควรช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีขึ้นและปรับปรุงแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ ทำให้ธนาคารสามารถควบคุมหรือลด credit costs ในปี 2026 ได้
- เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” สำหรับกลุ่มธนาคารไทย โดยมี KTB และ KBANK เป็นหุ้น top BUYs
- KTB มีอัตราการเติบโตของกำไรที่เทียบเท่ากับธนาคารคู่แข่ง แต่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าดึงดูดใจด้วยอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น้อยกว่า และมี ROE ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาธนาคารขนาดใหญ่
- KBANK ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับสองของเรา โดยได้รับการสนับสนุนจากความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินทุน คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และโอกาสในการเติบโตในระยะยาวจากแพลตฟอร์มการบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
