Energy (Neutral) – มองข้ามความขัดแย้ง
เราคาดว่าสงครามในตะวันออกกลางจะช่วยยกระดับฐานกำไรของกลุ่มพลังงานในช่วง 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL” ต่อกลุ่มนี้ เนื่องจากระดับมูลค่าหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาสะท้อนปัจจัยดังกล่าวแล้ว SPRC เป็น Top Buy ในกลุ่มฯ ขณะที่เราแนะนำ “ขาย” PTTGC และ SCC
พลวัตหลังสงคราม – คงน้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL”
เมื่อรวมผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางแล้ว เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL” ต่อกลุ่มพลังงาน เนื่องจาก 1) แม้ว่าสงครามจะใกล้สิ้นสุด แต่เราคาดว่าจะยังส่งผลเชิงบวกในระยะยาวต่อกลุ่มพลังงาน ผ่านราคาพลังงานและสเปรดที่สูงขึ้น และเราได้ปรับเพิ่มกำไรของกลุ่มขึ้น 20/2/2% ในปี 2026-28F 2) แม้ฐานกำไรจะสูงขึ้น แต่เราคาดว่าวัฏจักรอุตสาหกรรมจะไม่เปลี่ยนทิศทาง โดยคาดว่าการเติบโตของกำไรจะลดลง 66/-6%/13% ในปี 2026-28F จากการที่ราคาปรับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสงคราม 3) หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้ประโยชน์จากส่งครามได้สะท้อนผลกระทบจากสงครามไปแล้ว ดยปรับตัวขึ้นราว 5-30% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และ 4) เราเน้นการคัดเลือกกลุ่มย่อยและหุ้นรายตัว โดยชอบกลุ่มโรงกลั่นในแง่มูลค่า, ชอบ PTT ในแง่อัตราผลตอบแทน และมองว่าหุ้นปิโตรเคมีมีราคาค่อนข้างแพง
มุมมองโบรกเราคือสงครามจะยุติลงภายในเดือนนี้ ซึ่งหมายความว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานและสเปรดจะปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมี 4 ปัจจัยที่ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาพลังงานและสเปรดไปจนถึงปี 2028F ได้แก่ 1) Trump premium ที่ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง 2) โครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู 3) ความล่าช้าในการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง และ 4) การปรับโครงสร้าง/ปิดกำลังการผลิต (plant rationalization) จากความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้นทุนที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีที่ยังซบเซา
เราปรับเปลี่ยนสมมติฐานหลักของเรา ดังนี้ ราคาน้ำมันเบรนท์ที่ US$80/75/75 ต่อบาร์เรล (จากเดิม 67/70/70) Singapore GRM ที่ US$12.8/7.0/7.2 ต่อบาร์เรล (จากเดิม 6.6/6.8/7.0) HDPE–naphtha spread ที่ US$470/430/400 ต่อตัน (จากเดิม 370/380/ 390)
ชอบกลุ่มโรงกลั่นมากกว่าปิโตรเคมี
เราชอบกลุ่มโรงกลั่นมากที่สุดในกลุ่มพลังงาน เนื่องจากอยู่ในช่วงขาขึ้นจากการที่กำลังการผลิตใหม่มีจำกัดในช่วงหลายปีข้างหน้า เราไม่ชอบกลุ่มปิโตรเคมี แม้ว่าจะมีการปรับลดกำลังการผลิตบางส่วนในช่วงสงคราม เนื่องจากอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงขาลง และจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า สำหรับกลุ่มต้นน้ำ เราชอบ BANPU จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไร ขณะที่มองว่า PTTEP เต็มมูลค่าแล้ว
SPRC เป็น Top Pick ของเรา
เราเลือก SPRC เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มฯ รองลงมาคือ TOP และ BANPU สำหรับ PTT เราแนะนำ “ซื้อ” จากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ประมาณ 7% ขณะที่แนะนำ “ขาย” PTTGC และ SCC และได้ปรับลดคำแนะนำของ PTTEP ลงเป็น “ถือ” เนื่องจากราคาหุ้นมีอัพไซด์จำกัด
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
