Equity Industries 28 Mar 2025, 07:55
Transportation Sector (OVERWEIGHT) – ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร

- ขั้นตอนถัดไปคือการเสนอต่อรัฐสภาในเดือนกรกฎาคม ก่อนที่จะ…
- …ยื่นขออนุมัติจากวุฒิสภา และลงพระปรมภิไธยจากพระมหากษัตริย์
- รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว 5-10% และ…
- …เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวราว 1.1-2.3 แสนลบ.
News Update
- เมื่อวานนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งจะทำให้คาสิโนถูกกฎหมายและควบคุมการประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย ร่างกฎหมายที่ได้รับมติเห็นชอบนี้จะเสนอให้กับสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกรกฎาคม หากกฎหมายผ่านการพิจารณาของรัฐสภา จะต้องได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภา และได้รับการลงพระปรมภิไธยจากพระมหากษัตริย์ก่อนที่จะกลายเป็นกฎหมาย
- ผู้ดำเนินสถานบันเทิงครบวงจรสามารถเป็นบริษัทเอกชนหรือองค์กรของรัฐที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1.0 หมื่นลบ. และต้องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเริ่มต้น 5.0 พันลบ. และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปี 1.0 พันลบ. โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของสถานบันเทิงครบวงจรจะประกอบด้วยสวนสนุกและสวนน้ำ, ศูนย์การค้า, คอนเสิร์ต, เทศกาล, นิทรรศการ, การประชุม และกิจกรรมกีฬา ส่วนคาสิโนจะคิดเป็นพื้นที่ไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด.
- จากรายงานข่าว บริษัทคาสิโนระดับโลกอย่างน้อย 6 แห่ง ได้แก่ Las Vegas Sands Corporation, Wynn Resorts, Caesars Entertainment, MGM China Holdings Limited, Hard Rock International และ Melco Resorts & Entertainment ได้แสดงความสนใจในการลงทุนในโครงการสถานบันเทิงครบวงจรของประเทศไทย
- บริษัทไทยที่แสดงความสนใจได้แก่ U-tapao International Aviation (เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบมจ.การบินกรุงเทพ (BA, ซื้อ), บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS, ซื้อ) และบมจ. สเตคอน กรุ๊ป (STECON, ซื้อ)), สยามพาร์คซิตี้, ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย, เดอะมอลล์กรุ๊ป, ซีพีกรุ๊ป, พราวกรุ๊ป เป็นต้น.
- รัฐบาลเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยให้คึกคักขึ้น โดยจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5-10% และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.10-2.3 แสนลบ. สร้างงาน 9,000-15,300 ตำแหน่ง แก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 1.0 แสนลบ. หากกฎหมายนี้ผ่าน นอกจากผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่กล่าวข้างต้นแล้ว เรายังมองว่าบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT “ซื้อ”), บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV “ซื้อ”) และกลุ่มโรงแรมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อม โดบมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW, “ซื้อ”) จะได้รับประโยชน์สูงสุดในกลุ่มโรงแรม เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยสูงที่สุด
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……